นำเข้าแรงงานต่างด้าว MOU ลาว-เมียนมา โดยเอ็กซ์เวิร์คเกอร์
บริการ MOU ลาวและเมียนมา ครบวงจร ยื่นดีมานด์ ประสานประเทศต้นทาง พาเข้าศูนย์แรกรับ จนได้ใบอนุญาตทำงาน พร้อมจุดต่างเรื่องวีซ่าและศูนย์แรกรับของสองสัญชาติ
- ใบอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานเลขที่ นจ. 0122/2561
- 5,000+ เคส จาก 500+ บริษัท

MOU (บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศต้นทาง) คือช่องทางจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายที่นายจ้างใช้ได้จริงทั้งกับคนที่ยังอยู่ต่างประเทศและคนที่อยู่ในไทยแล้ว ต่างจากการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรีตรงที่ MOU เป็นระบบถาวรตามกฎหมาย ไม่ต้องรอรอบมติเปิด
เอ็กซ์เวิร์คเกอร์รับดำเนินการ MOU สัญชาติลาวและสัญชาติเมียนมา ตั้งแต่ยื่นคำร้องขอนำเข้า (Demand) ต่อกรมการจัดหางาน ประสานหน่วยงานฝั่งประเทศต้นทาง จัดคัดเลือกแรงงาน ตามเรื่องวีซ่า พาเข้าศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง จนถึงรับใบอนุญาตทำงานและส่งตัวถึงสถานประกอบการ นายจ้างไม่ต้องเดินเรื่องเองทั้งสองประเทศ
เคสของคุณอยู่เส้นทางไหน — เลือกก่อนอ่านต่อ
งาน MOU แยกเป็น 2 เส้นทางที่ใช้เอกสารและเวลาต่างกันคนละเรื่อง ดูตารางนี้ 10 วินาทีแล้วข้ามไปอ่านเฉพาะเส้นทางของคุณได้เลย
| ถ้าสถานการณ์ของคุณคือ… | เส้นทางที่ใช้ |
|---|---|
| ยังไม่มีคนงาน ต้องการคนใหม่จาก สปป.ลาว หรือเมียนมา เข้ามาทำงาน | เส้นทาง A — นำเข้าแรงงานใหม่ |
| มีแรงงานลาวหรือเมียนมาอยู่ในประเทศไทยแล้ว และต้องการให้เข้าสู่ระบบ MOU กับกิจการของคุณอย่างถูกต้อง | เส้นทาง B — แรงงานที่อยู่ในประเทศแล้ว |
| ลูกจ้างเป็นแรงงาน MOU อยู่แล้ว แค่ต้องการย้ายมาอยู่กับนายจ้างใหม่ | ไม่ใช่งาน MOU ใหม่ → ดู บริการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว |
ขอบเขตบริการ ณ สิงหาคม 2569: ระบบ MOU ของประเทศไทยครอบคลุม 4 สัญชาติ คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เอ็กซ์เวิร์คเกอร์รับดำเนินการ 2 สัญชาติ คือ ลาวและเมียนมา ทั้งสองเส้นทางข้างต้น หากลูกจ้างของคุณเป็นสัญชาติอื่น เรายังช่วยดูงานส่วนอื่นที่รับอยู่ได้ เช่น บัตรชมพู หรือ เอกสารประจำตัวแรงงานเมียนมา
ไม่แน่ใจว่าเคสตัวเองอยู่เส้นไหน? คุยกับน้องเอ็กซ์ (ผู้ช่วย AI ของเรา) ได้ 24 ชั่วโมง บอกแค่ว่าคนงานสัญชาติอะไร อยู่ที่ไหน มีเอกสารอะไรติดตัวบ้าง น้องเอ็กซ์จะบอกให้ว่าต้องเดินเส้นทางไหน ถ้าเคสซับซ้อนจะส่งต่อให้ทีมงานตัวจริงดูให้
MOU ลาว กับ MOU เมียนมา ต่างกันตรงไหน
คำตอบสั้น ๆ คือ ฝั่งไทยเหมือนกันทั้งหมด — ใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน แบบฟอร์มชุดเดียวกัน (บต.31, บต.46, บต.42) และอัตราค่าธรรมเนียมราชการชุดเดียวกัน เพราะกรมการจัดหางานใช้คู่มือสำหรับประชาชนฉบับเดียวครอบทั้ง 4 สัญชาติ จุดที่ต่างกันจริงมี 2 เรื่อง คือ ช่องทางตรวจลงตราวีซ่า กับ ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง ที่แรงงานต้องเข้าอบรมและรับใบอนุญาตทำงาน
สัญชาติลาว
วีซ่า: กรมการจัดหางานมีหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต้นทาง แรงงานตรวจลงตรา (Non-Immigrant L-A) ที่นั่น ก่อนเดินทางเข้าไทย
ศูนย์แรกรับฯ: จังหวัดมุกดาหาร และหนองคาย
สัญชาติเมียนมา
วีซ่า: กรมการจัดหางานมีหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ให้แรงงานมาตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ก่อนเข้าประเทศ
ศูนย์แรกรับฯ: จังหวัดตาก และระนอง
ข้อมูลศูนย์แรกรับฯ และช่องทางวีซ่า ณ สิงหาคม 2569 อ้างอิงคู่มือสำหรับประชาชนของกรมการจัดหางาน — จุดตรวจลงตราของสัญชาติเมียนมาคือเรื่องที่นายจ้างเข้าใจผิดบ่อยที่สุด หลายรายเข้าใจว่าต้องให้แรงงานไปทำวีซ่าที่ย่างกุ้งก่อน ทั้งที่ขั้นตอนจริงเดินผ่านสถานทูตเมียนมาในไทยแล้วไปตรวจลงตราที่ด่าน
ส่วนที่เหลือ — เอกสารและขั้นตอนฝั่งประเทศต้นทาง — เป็นไปตามกฎของ สปป.ลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งปรับได้โดยไม่ผ่านประกาศของฝ่ายไทย เอ็กซ์เวิร์คเกอร์เป็นผู้ประสานให้ในทุกเคส และแจ้งให้ทราบทุกครั้งที่ฝั่งต้นทางเปลี่ยนเงื่อนไข
ปัญหาที่นายจ้างเจอบ่อยที่สุดในงาน MOU
- วางแผนช้าเกินไป — MOU ไม่ใช่งานที่สั่งวันนี้ได้คนพรุ่งนี้ นายจ้างที่รอจนออร์เดอร์เข้าแล้วค่อยเริ่มเรื่อง มักไม่ทันรอบผลิต
- ยื่นดีมานด์แล้วเงียบ — ไม่รู้ว่าเรื่องค้างที่ขั้นไหน ฝั่งไทยหรือฝั่งประเทศต้นทาง และไม่มีใครตามให้
- เอกสารนายจ้างไม่สอดคล้องกับจำนวนที่ขอ — ขอจำนวนคนเกินกว่าที่หลักฐานกิจการรองรับ ถูกตีกลับให้แก้แล้วเสียเวลาไปอีกรอบ
- ชื่อ–สะกด–เลขหนังสือเดินทางไม่ตรงกันระหว่างเอกสารไทยกับเอกสารฝั่งต้นทาง — จุดเดียวก็ทำให้เรื่องสะดุดได้ และเป็นปัญหาที่เจอกับเอกสารเมียนมามากกว่า เพราะการถอดชื่อเป็นอักษรโรมันมีได้หลายแบบ
- คนงานมาถึงแล้วแต่งานเอกสารยังไม่จบ — นายจ้างเข้าใจว่าพาตัวมาถึงโรงงาน = จบ ทั้งที่ยังเหลือขั้นตอนตามกฎหมายอีกหลายอย่างที่มีกรอบเวลาและมีโทษปรับ
- คนงานหายหลังส่งตัว — ไม่รู้ว่าต้องแจ้งใครภายในกี่วัน และใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ตามมา
เส้นทาง A: นำเข้าแรงงานต่างด้าวใหม่จากลาวหรือเมียนมา
ใช้กับนายจ้างที่ต้องการคนงานเพิ่ม โดยคัดคนจากประเทศต้นทางแล้วนำเข้ามาตามระบบ กฎหมายเปิดไว้ 2 ทาง คือ ให้ผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานเป็นผู้ดำเนินการ (มาตรา 41–43) ซึ่งเป็นใบอนุญาตที่บริษัทเราถืออยู่ หรือ นายจ้างดำเนินการเอง (มาตรา 46) ทั้งสองกลุ่มนี้คือกลุ่มที่ตัวบทเรียกว่า “คนต่างด้าวซึ่งทำงานกับนายจ้างตามมาตรา 43 หรือมาตรา 46” และเป็นที่มาของสิทธิและหน้าที่ตามมาตรา 50–55 ที่ตามมา
ขั้นตอนหลัก
| ขั้น | เกิดอะไรขึ้น | ใครทำ |
|---|---|---|
| 1. ยื่นคำร้องขอนำเข้า (Demand) | แจ้งกรมการจัดหางานว่าต้องการจ้างกี่คน สัญชาติอะไร ตำแหน่งอะไร พร้อมหลักฐานความจำเป็นของกิจการ | เรายื่นแทน (นายจ้างเซ็นเอกสาร) |
| 2. ส่งคำร้องไปยังประเทศต้นทาง | ส่งเรื่องผ่านช่องทางราชการไปยังหน่วยงานจัดหางานฝั่ง สปป.ลาว หรือเมียนมา | เราประสานให้ |
| 3. คัดเลือกแรงงาน | ทีมฝั่งต้นทางคัดคนตามคุณสมบัติที่นายจ้างระบุ ตรวจประวัติ และจัดทำบัญชีรายชื่อ (Name List) ที่ประเทศต้นทางรับรอง | ทีมพันธมิตรของเราในประเทศต้นทาง |
| 4. ยื่นขอใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว | นำ Name List ฉบับจริงมายื่นคำขอ (บต.31) พร้อมหนังสือรับรองการจ้าง (บต.46) ต่อสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ชำระค่ายื่นคำขอและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน | เราดำเนินการ |
| 5. ตรวจลงตราวีซ่า Non-Immigrant L-A | ลาว = ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในต้นทาง · เมียนมา = ผ่านสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย แล้วตรวจลงตราที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง | เราดำเนินการ |
| 6. เดินทางเข้าประเทศและเข้าศูนย์แรกรับฯ | อบรมและตรวจเอกสารที่ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง (ลาว: มุกดาหาร/หนองคาย · เมียนมา: ตาก/ระนอง) นายทะเบียนลงนามในใบอนุญาต | เจ้าหน้าที่รัฐ + ทีมเราประจำจุด |
| 7. รับใบอนุญาตทำงานและส่งตัวถึงสถานประกอบการ | แรงงานรับใบอนุญาตทำงาน (บต.42 แบบอิเล็กทรอนิกส์ อายุ 2 ปี) ด้วยตนเอง แล้วเราส่งคนงานถึงที่ตั้งกิจการ | เราดำเนินการ |
ประสบการณ์หน้างานของเรา: นายจ้างส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรับคนงานเองที่ศูนย์แรกรับ ทีมงานของเราประจำอยู่ที่จุดรับ ตรวจเอกสาร รับตัว แล้วส่งถึงสถานประกอบการให้
สองสิ่งที่ต้องทำต่อหลังรับใบอนุญาตทำงาน
- ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตทำงาน แรงงานต้องยื่นใบรับรองแพทย์และสำเนาหลักฐานการเข้าเมืองต่อนายทะเบียน มิฉะนั้นนายทะเบียนเพิกถอนใบอนุญาตทำงานได้
- ก่อนแรงงานเริ่มทำงาน นายจ้างต้องทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือ เก็บไว้ ณ ที่ทำการเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้ และให้ลูกจ้างเก็บสำเนาไว้ด้วย (มาตรา 46 วรรคสาม) แสดงไม่ได้ตอนถูกตรวจ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท · รายการขั้นต่ำที่ต้องมีในสัญญาจ้างเป็นไปตามประกาศกรมการจัดหางาน ลงวันที่ 29 กันยายน 2566
เอกสารฝั่งนายจ้างที่ต้องเตรียม
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของนายจ้าง (กรณีบุคคลธรรมดา)
- หนังสือรับรองนิติบุคคลและสำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ (กรณีนิติบุคคล)
- เอกสารแสดงความจำเป็นในการจ้าง เช่น ลักษณะกิจการ กำลังการผลิต จำนวนลูกจ้างปัจจุบัน
- แผนที่และรูปถ่ายสถานประกอบการ
- รายละเอียดตำแหน่งงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ และที่พักที่จัดให้
- หนังสือมอบอำนาจให้ผู้รับอนุญาตดำเนินการแทน
รายการเอกสารต่างกันได้ตามประเภทกิจการและพื้นที่ที่ยื่น ส่งรูปเอกสารที่มีอยู่มา ให้น้องเอ็กซ์ช่วยเช็กความครบก่อน ได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย
ใช้เวลานานแค่ไหน
ตัวเลขทางการที่มีอยู่จริงมีอันเดียว คือ คู่มือสำหรับประชาชนของกรมการจัดหางานกำหนดระยะเวลาขั้นตอนการออกใบอนุญาตทำงานไว้ 9 วันทำการ (1 วันรับคำขอ + 7 วันบันทึกข้อมูลและทำหนังสือเรื่องวีซ่า + 1 วันอบรมที่ศูนย์แรกรับฯ และรับใบอนุญาต) นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน
อย่าเข้าใจผิดว่า “ทำ MOU เสร็จใน 9 วัน” — 9 วันนี้นับเฉพาะช่วงที่เรื่องอยู่ในมือราชการไทยตอนออกใบอนุญาต ไม่รวมช่วงประเทศต้นทาง ซึ่งไม่มีกำหนดเวลาทางการของฝ่ายไทยกำกับไว้ ระยะเวลารวมจริงจึงต่างกันตามสัญชาติและช่วงเวลา
จากงานที่เราทำจริง การนำเข้าจาก สปป.ลาว ตั้งแต่ยื่นดีมานด์จนคนงานถึงสถานประกอบการใช้เวลาประมาณ 45–60 วัน ตัวเลขนี้เป็นกรอบโดยประมาณจากสถิติงานของเรา ไม่ใช่คำรับประกันและไม่ใช่ตัวเลขราชการ ส่วนสัญชาติเมียนมา ระยะเวลารวมขึ้นกับคิวของหน่วยงานฝั่งต้นทางในแต่ละช่วง ทักมาถามกรอบเวลาที่ใช้อยู่จริงในเดือนนี้ได้ เราตอบตามคิวจริง ไม่ตอบตามโบรชัวร์
เริ่มเรื่องล่วงหน้าเสมอ ถ้าคุณต้องการคนงานพร้อมทำงานในเดือนไหน ให้นับถอยหลังจากเดือนนั้นอย่างน้อยสองเดือนเป็นอย่างต่ำ
เส้นทาง B: แรงงานลาวหรือเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว
ใช้กับกรณีที่ตัวแรงงานอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว และนายจ้างต้องการให้เข้าสู่ระบบ MOU กับกิจการของตนอย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องเริ่มคัดคนใหม่จากต้นทาง จุดต่างที่สำคัญคืองานส่วนคัดเลือกและนำเข้าถูกตัดออก แต่งานส่วนตรวจสอบสถานะเอกสารเดิมของตัวแรงงานกลับหนักกว่า เพราะต้องรู้ให้ชัดก่อนว่าเขาถืออะไรอยู่ ใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดเมื่อไร และสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรยังอยู่หรือไม่
| ประเด็น | เส้นทาง A นำเข้าใหม่ | เส้นทาง B แรงงานในประเทศ |
|---|---|---|
| ตัวแรงงานอยู่ที่ไหนตอนเริ่มเรื่อง | สปป.ลาว หรือเมียนมา | ประเทศไทย |
| ขั้นตอนคัดเลือกคนฝั่งต้นทาง | มี | ไม่มี (ได้ตัวคนแล้ว) |
| การเดินทางเข้าประเทศ / ศูนย์แรกรับ | มี | ขึ้นกับสถานะเอกสารของแต่ละคน |
| งานที่หนักที่สุด | ประสานสองประเทศให้ตรงกัน | ตรวจสถานะและความถูกต้องของเอกสารเดิม |
| สิ่งที่ทำให้เคสตกบ่อย | เอกสารนายจ้างไม่รองรับจำนวนที่ขอ | ข้อมูลตัวบุคคลในระบบไม่ตรงกับเอกสารที่ถืออยู่ หรือปล่อยให้เอกสารขาดช่วง |
| ค่าบริการ | คนละรายการกัน ดูกล่องราคาด้านบนของหน้านี้ | |
สิ่งที่ต้องส่งมาให้เราดูก่อนเสมอในเส้นทาง B: หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนของลูกจ้าง ใบอนุญาตทำงานเดิม (ถ้ามี) บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยถ้ามี และวันที่ที่ปรากฏบนเอกสารเหล่านั้น เราดูจากตรงนี้ได้ทันทีว่าเคสนี้เดินต่อทางไหนได้บ้าง
อย่าสับสนระหว่างระบบ MOU กับกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี — ทั้งสองกลุ่มใช้เอกสารและหลักเกณฑ์คนละชุด อ่านความต่างได้ที่ แรงงานมติ ครม. กับ MOU ต่างกันอย่างไร
ฐานกฎหมายที่นายจ้าง MOU ต้องรู้
ทั้งหมดนี้อยู่ใน พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 19 ก วันที่ 27 มีนาคม 2561)
1. ใครนำเข้าได้ — มาตรา 41–43 และมาตรา 46
ระบบนำเข้าตาม MOU วางอยู่บนสองเส้นทางนี้
- มาตรา 41–43 — ผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานเป็นผู้ดำเนินการ มาตรา 41 คือบทที่ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศได้ ส่วนมาตรา 43 กำหนดหน้าที่ว่า เมื่อผู้รับอนุญาตส่งมอบคนต่างด้าวให้นายจ้างแล้ว ต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วัน
- มาตรา 46 — นายจ้างนำเข้าเอง นายจ้างต้องแจ้งนายทะเบียนถึงจำนวนคนต่างด้าว ประเทศต้นทาง และลักษณะงาน · ส่วนหลักประกันนั้น ตัวบทเขียนว่าอธิบดี “จะกำหนดให้” นายจ้างที่นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเภทงานที่กำหนดวางหลักประกัน “ก็ได้” จึงเป็นดุลพินิจของอธิบดีและจำกัดเฉพาะประเภทงานที่กำหนด ไม่ใช่บังคับกับนายจ้างทุกรายในตัวบท (ดูอัตราที่ใช้ในทางปฏิบัติในหัวข้อ “นายจ้างทำ MOU เองได้ไหม”)
คนสองกลุ่มนี้คือกลุ่มที่มาตรา 50–55 เรียกว่า “คนต่างด้าวซึ่งทำงานกับนายจ้างตามมาตรา 43 หรือมาตรา 46” ซึ่งเป็นเหตุผลที่สิทธิและหน้าที่ของแรงงาน MOU แยกจากแรงงานกลุ่มอื่น
2. หน้าที่แจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วัน
เมื่อคนงานเริ่มทำงานแล้ว หน้าที่ยังไม่จบ นายจ้างต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง และแจ้งอีกครั้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่คนต่างด้าวออกจากงาน พร้อมระบุเหตุแห่งการออกจากงาน (มาตรา 13) ไม่ทำมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท (มาตรา 103)
นอกจากนี้ มาตรา 64/2 ยังกำหนดให้ตัวคนต่างด้าวแจ้งนายทะเบียนถึงชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และลักษณะงานหลักด้วยตนเอง แต่ต่อมามีประกาศกระทรวงแรงงานยกเว้นการแจ้งตามมาตรานี้ให้แรงงานบางกลุ่ม ก่อนสั่งให้ลูกจ้างไปแจ้ง ควรตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วน 1694 ว่าแรงงาน MOU ของคุณอยู่ในกลุ่มที่ต้องแจ้งหรือได้รับยกเว้น ส่วนหน้าที่ของนายจ้างตามมาตรา 13 นั้นต้องทำทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้น
3. ค่าบริการที่เรียกได้ และเงินที่ห้ามเรียกจากตัวแรงงาน
ห้ามเรียกเงินจากตัวแรงงาน — ผู้รับอนุญาตเรียกค่าบริการและค่าใช้จ่ายได้จากนายจ้างเท่านั้น ตามอัตราที่กรมการจัดหางานประกาศ (ประกาศลงวันที่ 30 มิถุนายน 2564) ไม่เกิน 25% ของค่าจ้างเดือนแรก และลดหลั่นลงเมื่อจำนวนคนมากขึ้น · ฝ่าฝืนมาตรา 42 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับ 2 เท่าของเงินที่เรียกเกิน และศาลสั่งคืนเงินให้ผู้เสียหาย · ส่วนนายจ้างที่นำเข้าเองก็เรียกเงินจากแรงงานไม่ได้เช่นกันตามมาตรา 49 เว้นแต่ค่าหนังสือเดินทาง ค่าตรวจสุขภาพ และค่าใบอนุญาตทำงานที่ออกให้ก่อน โดยหักได้ไม่เกิน 10% ของเงินที่แรงงานมีสิทธิได้รับในแต่ละเดือน
ถ้ามีใครเสนอ “ค่าหัวคิว” ที่ไปเก็บจากตัวคนงานแทนนายจ้าง นั่นคือสัญญาณว่าเรื่องนี้ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง และคนที่ถูกดำเนินคดีตามมาไม่ได้มีแค่นายหน้า
4. คนงานไม่มาทำงาน หรือออกกลางคัน — มาตรา 50
ถ้านายจ้างไม่รับคนต่างด้าวเข้าทำงาน คนต่างด้าวไม่ยินยอมทำงานกับนายจ้าง หรือออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใด กฎหมายกำหนดให้นายจ้างแจ้งผู้รับอนุญาตและนายทะเบียนภายใน 7 วัน ในกรณีที่นายจ้างไม่รับเข้าทำงานหรือคนต่างด้าวออกจากงานโดยไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง ผู้รับอนุญาตสามารถจัดให้ไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายจ้างไม่รับเข้าทำงาน · ไม่แจ้งตามกำหนด ปรับไม่เกิน 5,000 บาท (มาตรา 113/1)
ข้อนี้คือเหตุผลที่การใช้ผู้รับอนุญาตมีประโยชน์จริงตอนเกิดปัญหา — เพราะกฎหมายให้บทบาทในการจัดหางานให้ใหม่ไว้กับผู้รับอนุญาตโดยตรง
5. ลูกจ้างอยากย้ายนายจ้าง — มาตรา 51 และ 52
คนต่างด้าวที่ทำงานตามมาตรา 43 หรือ 46 ถ้าออกจากงานก่อนครบสัญญา จะไปทำงานกับนายจ้างอื่นไม่ได้ เว้นแต่ 2 ทางเท่านั้น คือ พิสูจน์ต่อนายทะเบียนได้ว่าการออกจากงานเป็นเพราะความผิดของนายจ้าง หรือได้ชำระค่าเสียหายให้นายจ้างเดิมแล้ว (มาตรา 51) โดย “ค่าเสียหาย” หมายถึงค่าใช้จ่ายทั้งปวงในการนำคนต่างด้าวมาทำงาน คำนวณตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ทำงานไปแล้ว
ข้อที่นายจ้างส่วนใหญ่ไม่รู้: ข้อห้ามนี้ตามมาตรา 51 วรรคสาม ไม่ใช้บังคับกับคนต่างด้าวที่ได้รับการต่ออายุสัญญาจ้างและออกจากงานในระหว่างอายุสัญญาที่ต่อใหม่ พูดง่าย ๆ คือแรงงาน MOU ที่เข้าปีที่ 3–4 มีอิสระในการย้ายนายจ้างมากกว่ารอบสัญญาแรก — นายจ้างที่วางแผนกำลังคนระยะยาวควรรู้ข้อนี้ตั้งแต่ตอนต่อสัญญา ไม่ใช่ตอนคนเดินออก
เมื่อมีสิทธิแล้ว ต้องเข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม และถ้าเป็นงานประเภทที่ต้องวางหลักประกันตามมาตรา 46 นายจ้างรายใหม่ต้องวางหลักประกันภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง (มาตรา 52) · รายละเอียดขั้นตอนฝั่งนี้อยู่ที่ บริการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นงานคนละรายการกับ MOU
6. ถ้าเลยกำหนด และเมื่อครบสัญญา — มาตรา 53 และ 55
ถ้าไม่มีสิทธิเปลี่ยนนายจ้าง หรือมีสิทธิแต่ไม่ได้ไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นทันกำหนด ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลง นับแต่วันที่ออกจากงานหรือวันพ้นกำหนดแล้วแต่กรณี และให้ถือว่าสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองด้วย (มาตรา 53)
เมื่อครบสัญญาจ้าง มาตรา 55 กำหนดให้ผู้รับอนุญาต หรือนายจ้างรายสุดท้ายที่วางหลักประกัน เป็นผู้ส่งแรงงานกลับประเทศต้นทาง เว้นแต่มีการต่ออายุสัญญาจ้าง หรือย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ทันตามมาตรา 52 · ละเลยหน้าที่นี้มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน — ข้อนี้นายจ้างที่นำเข้าเองมักไม่ทราบจนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้นแล้ว
MOU กับมติคณะรัฐมนตรีเป็นคนละระบบ: การนำเข้าแรงงานตาม MOU เป็นคนละระบบกับการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี รอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นข่าวเป็นเรื่องการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานที่อยู่ในประเทศแล้ว ไม่ได้เปลี่ยนหลักเกณฑ์การนำเข้าตาม MOU ถ้าไม่มั่นใจว่ากระทบแผนนำเข้าของตนไหม ให้ตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 (หรือ 1506)
ค่าใช้จ่ายในการทำ MOU
ค่าใช้จ่ายงาน MOU แบ่งเป็น 3 ก้อนที่ไม่ควรเอามารวมกันแล้วเทียบราคา เพราะจะเทียบผิด
1. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายฝั่งราชการไทย
ก้อนนี้จ่ายให้หน่วยงานรัฐโดยตรง เป็นอัตราเดียวกันไม่ว่าจะทำเองหรือให้ใครทำแทน และเท่ากันทั้งสัญชาติลาวและเมียนมา ประกอบด้วยค่ายื่นคำขอฉบับละ 100 บาท และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานซึ่งคิดตามระยะเวลาที่ขออนุญาต ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมฯ พ.ศ. 2563 นอกจากนี้ยังมีค่าตรวจสุขภาพและค่าตรวจลงตราวีซ่าตามอัตราของแต่ละหน่วยงาน ยอดที่ต้องชำระจริงในแต่ละเคสให้ตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.) ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 — เราไม่ระบุยอดรวมค้างไว้ในหน้านี้ เพราะอัตราปรับได้ตามรอบประกาศ
2. ค่าใช้จ่ายฝั่งประเทศต้นทางและค่าเดินทาง
เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดใน สปป.ลาว หรือเมียนมา เช่น ค่าดำเนินการเอกสารฝั่งต้นทาง ค่าตรวจสุขภาพ และค่าเดินทางของแรงงานจนถึงด่าน กฎหมายไทยระบุไว้ชัดว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในประเทศต้นทางเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของคนต่างด้าว (ประกาศกรมการจัดหางาน 30 มิถุนายน 2564) อัตราขึ้นกับหน่วยงานฝั่งต้นทางและช่วงเวลา ไม่มีประกาศของฝ่ายไทยกำหนดตัวเลข เราจึงไม่ระบุตัวเลขไว้ แต่จะแจกแจงให้เห็นเป็นรายการก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
3. ค่าบริการเอ็กซ์เวิร์คเกอร์
ค่าบริการของเราแยกตามเส้นทางและสัญชาติ คิดเฉพาะรายการที่คุณใช้จริง ไม่ต้องจ่ายทุกก้อน ตัวเลขที่แสดงในกล่องราคาด้านบนของหน้านี้ดึงจากรายการบริการจริงของบริษัทโดยตรง ไม่ได้พิมพ์ตายไว้ในเนื้อหา ตัวเลขที่คุณเห็นจึงเป็นราคาปัจจุบันเสมอ และอยู่ในกรอบเพดานค่าบริการตามประกาศกรมการจัดหางานที่กล่าวไว้ข้างต้น
ก่อนเริ่มงานเราแจกแจงให้เห็นชัดทุกครั้งว่าก้อนไหนเป็นค่าธรรมเนียมราชการ ก้อนไหนเป็นค่าใช้จ่ายฝั่งต้นทาง และก้อนไหนเป็นค่าบริการของเรา ไม่มีบวกเพิ่มระหว่างทาง ขอใบเสนอราคาผ่านน้องเอ็กซ์ ได้ทันที
นายจ้างทำ MOU เองได้ไหม
ได้ — ปี 2569 กฎหมายยังเปิดทางให้นายจ้างทำ MOU เองอยู่ ไม่มีบทบังคับให้ต้องใช้ตัวแทน มาตรา 46 ให้นายจ้างนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับตนเองได้ โดยแจ้งนายทะเบียนถึงจำนวนคน ประเทศต้นทาง และลักษณะงาน แล้วเดินเรื่องทั้งสองประเทศเอง
นายจ้างทำ MOU เอง เริ่มจากอะไร
- แจ้งความต้องการจ้าง (Demand) ต่อนายทะเบียน — ระบุจำนวน สัญชาติ ประเภทงาน พร้อมหลักฐานความจำเป็นของกิจการ ตามมาตรา 46 วรรคหนึ่ง · ไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 113 วรรคสอง)
- วางหลักประกัน (ถ้าอยู่ในประเภทงานที่อธิบดีกำหนด) — คู่มือสำหรับประชาชนของกรมการจัดหางานกรณีนายจ้างดำเนินการเองระบุอัตรา 1,000 บาทต่อแรงงาน 1 คน รวมไม่เกิน 100,000 บาท · อัตรานี้เปลี่ยนได้ตามที่อธิบดีกำหนด ตรวจสอบกับ สจจ. ก่อนยื่นทุกครั้ง
- ประสานหน่วยงานจัดหางานฝั่งประเทศต้นทางจนได้ Name List ที่รับรองแล้ว — ขั้นนี้ไม่มีกำหนดเวลาของฝ่ายไทยกำกับ และเป็นขั้นที่นายจ้างที่ทำเองติดนานที่สุด เพราะต้องมีคู่ค้าที่ได้รับอนุญาตในต้นทาง
- ยื่นขอใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวที่ สจจ./สจก. พื้นที่ — พร้อม Name List ฉบับจริง หนังสือรับรองการจ้าง และชำระค่าธรรมเนียม
- พาแรงงานเข้าศูนย์แรกรับฯ และรับใบอนุญาตทำงาน — ลาว: มุกดาหาร/หนองคาย · เมียนมา: ตาก/ระนอง แล้วทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน และแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง
สิ่งที่ต้องชั่งใจไม่ใช่ค่าบริการอย่างเดียว แต่คือภาระตามกฎหมายที่ตกกับนายจ้างที่วางหลักประกันเอง — ทั้งค่าส่งกลับประเทศต้นทางเมื่อครบสัญญา (มาตรา 55 · ปรับไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนถ้าไม่ทำ) และการต้องหาทางออกเองเมื่อคนงานออกกลางคัน
| ประเด็น | นายจ้างทำเอง | ให้เอ็กซ์เวิร์คเกอร์ทำ |
|---|---|---|
| ฐานกฎหมาย | มาตรา 46 (นายจ้างนำเข้าเอง · อาจต้องวางหลักประกันตามประเภทงานที่อธิบดีกำหนด) | มาตรา 41–43 (ผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงาน) |
| เหมาะกับ | กิจการที่มีทีมงานเดินเอกสารเอง มีสายประสานฝั่งต้นทางอยู่แล้ว และนำเข้าจำนวนไม่มาก | นายจ้างที่ไม่มีทีมเดินเรื่อง ต้องการคนตามกำหนดเวลา หรือเคยถูกตีกลับมาแล้ว |
| งานฝั่งประเทศต้นทาง | ต้องหาช่องทางประสานเอง ทั้งลาวและเมียนมา | เรามีทีมพันธมิตรประจำทั้งฝั่งลาวและฝั่งเมียนมา |
| เวลาที่นายจ้างต้องเสีย | เดินเรื่องหลายหน่วยงาน อาจต้องไปหลายรอบถ้าเอกสารตก | ส่งเอกสารมาทางแชท ทีมงานเดินเรื่องให้ทั้งสองฝั่ง |
| ตอนเกิดปัญหาคนงานออกกลางคัน | นายจ้างจัดการเองตามหน้าที่ในมาตรา 50 | ผู้รับอนุญาตมีบทบาทตามกฎหมายในการจัดให้ทำงานกับนายจ้างรายอื่นภายในกรอบเวลาที่กำหนด |
| ภาระค่าส่งกลับเมื่อครบสัญญา | เป็นของนายจ้างรายสุดท้ายที่วางหลักประกัน (มาตรา 55) | เป็นของผู้รับอนุญาต |
| ค่าใช้จ่าย | ค่าธรรมเนียมราชการ + หลักประกัน + ค่าใช้จ่ายฝั่งต้นทาง + เวลาของทีมคุณ | ค่าธรรมเนียมราชการ + ค่าใช้จ่ายฝั่งต้นทาง + ค่าบริการตามกล่องราคาด้านบน |
| สิ่งที่เราการันตีไม่ได้ | ผลอนุมัติเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เราเร่งคิวราชการไม่ได้ และไม่รับเคสที่ต้องเลี่ยงกฎหมาย | |
อยากเห็นภาพรวมขั้นตอนก่อนตัดสินใจว่าจะทำเองหรือไม่ อ่าน นำเข้าแรงงานต่างด้าว MOU: 6 ขั้นตอนที่นายจ้างควรรู้ ประกอบได้
คำถามที่พบบ่อย
MOU คืออะไร ต่างจากการขึ้นทะเบียนตามมติ ครม. อย่างไร
MOU คือบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศต้นทาง ใช้เป็นกรอบให้นำแรงงานเข้ามาทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นช่องทางถาวรที่มีฐานอยู่ในพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ส่วนการขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรีเป็นมาตรการผ่อนผันเป็นคราว ๆ สำหรับแรงงานที่อยู่ในประเทศแล้วแต่สถานะยังไม่ถูกต้อง มีกำหนดเวลาจำกัดและต้องรอรอบมติ อ่านเปรียบเทียบแบบละเอียดได้ที่บทความ แรงงานมติ ครม. กับ MOU ต่างกันอย่างไร
เอ็กซ์เวิร์คเกอร์รับทำ MOU สัญชาติอะไรบ้าง
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 เรารับดำเนินการ สัญชาติลาวและสัญชาติเมียนมา ทั้งแบบนำเข้าแรงงานใหม่จากประเทศต้นทาง และแบบแรงงานที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว ระบบ MOU ของไทยยังครอบคลุมสัญชาติกัมพูชาและเวียดนามด้วย แต่สองสัญชาตินั้นเรายังไม่รับดำเนินการ เพราะเรารับเฉพาะเส้นทางที่เรามีทีมพันธมิตรในต้นทางจริงและคุมกรอบเวลาได้ ถ้าลูกจ้างของคุณเป็นสัญชาติอื่น ทักมาถามได้ว่ามีบริการส่วนอื่นที่ช่วยได้หรือไม่ เราจะบอกตรง ๆ ถ้าไม่ใช่งานที่เรารับ
MOU ลาว กับ MOU เมียนมา ขั้นตอนต่างกันไหม
ฝั่งไทยเหมือนกันทั้งหมด ทั้งฐานกฎหมาย แบบฟอร์ม และค่าธรรมเนียม เพราะกรมการจัดหางานใช้คู่มือฉบับเดียวครอบทั้ง 4 สัญชาติ จุดที่ต่างกันจริงมี 2 เรื่อง หนึ่งคือช่องทางตรวจลงตราวีซ่า Non-Immigrant L-A — สัญชาติลาวตรวจลงตราที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต้นทาง ส่วนสัญชาติเมียนมา กรมการจัดหางานจะมีหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย แล้วแรงงานตรวจลงตราที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อนเข้าประเทศ สองคือศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง สัญชาติลาวใช้ที่มุกดาหารและหนองคาย สัญชาติเมียนมาใช้ที่ตากและระนอง (ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569)
นำเข้าแรงงาน MOU ใช้เวลากี่วันกว่าจะได้คนงาน
คู่มือสำหรับประชาชนของกรมการจัดหางานกำหนดระยะเวลาขั้นตอนออกใบอนุญาตทำงานไว้ 9 วันทำการนับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน แต่ตัวเลขนี้ครอบเฉพาะช่วงที่เรื่องอยู่ในมือราชการไทย ไม่รวมช่วงประเทศต้นทางซึ่งไม่มีกำหนดเวลาทางการของฝ่ายไทย ระยะเวลารวมจริงจึงต่างกันตามสัญชาติและช่วงเวลา จากสถิติงานของเราเอง การนำเข้าจาก สปป.ลาว อยู่ที่ประมาณ 45–60 วันนับตั้งแต่ยื่นดีมานด์จนคนงานถึงสถานประกอบการ ซึ่งเป็นกรอบโดยประมาณไม่ใช่คำรับประกัน ส่วนสัญชาติเมียนมาให้ทักมาถามกรอบเวลาที่ใช้อยู่จริงในเดือนนั้น แนะนำให้เผื่อเวลาไว้มากกว่าที่คิดเสมอ
นายจ้างทำ MOU เองได้ไหม ปี 2569 ต้องวางหลักประกันเท่าไร
ทำเองได้ ปี 2569 กฎหมายยังไม่ได้บังคับให้ต้องใช้ตัวแทน มาตรา 46 เปิดทางให้นายจ้างนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานเองโดยแจ้งนายทะเบียนถึงจำนวนคน ประเทศต้นทาง และลักษณะงาน ส่วนหลักประกันนั้นตัวบทเขียนว่าอธิบดีจะกำหนดให้นายจ้างที่นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเภทงานที่กำหนดวางหลักประกันก็ได้ จึงไม่ใช่หน้าที่ที่ผูกกับนายจ้างทุกรายโดยอัตโนมัติ ในทางปฏิบัติ คู่มือสำหรับประชาชนกรณีนายจ้างดำเนินการเองระบุอัตรา 1,000 บาทต่อแรงงาน 1 คน รวมไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งเปลี่ยนได้ตามที่อธิบดีกำหนด ให้ตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วน 1694 ก่อนยื่น สิ่งที่ควรรู้เพิ่มคือ นายจ้างรายสุดท้ายที่วางหลักประกันเป็นผู้รับผิดชอบการส่งแรงงานกลับประเทศต้นทางเมื่อครบสัญญาตามมาตรา 55 และไม่แจ้งการนำเข้าตามมาตรา 46 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
คนงานเข้ามาแล้วนายจ้างต้องทำอะไรต่อ ไม่ทำมีโทษไหม
มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องทำต่อ ที่สำคัญที่สุดและไม่มีข้อยกเว้นคือ แจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้างตามมาตรา 13 ไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาทตามมาตรา 103 และเมื่อลูกจ้างออกจากงานก็ต้องแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ออกพร้อมระบุเหตุด้วย นอกจากนี้ต้องทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือเก็บไว้ที่ที่ทำการและให้สำเนาลูกจ้าง และแรงงานต้องยื่นใบรับรองแพทย์กับสำเนาหลักฐานการเข้าเมืองภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตทำงาน มิฉะนั้นนายทะเบียนเพิกถอนใบอนุญาตได้ ส่วนหน้าที่แจ้งด้วยตนเองของตัวลูกจ้างตามมาตรา 64/2 นั้น มีประกาศกระทรวงแรงงานยกเว้นให้แรงงานบางกลุ่ม ควรตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสายด่วน 1694 ว่าแรงงานของคุณอยู่ในกลุ่มไหน
นำเข้ามาแล้วคนงานหนีงาน หรือไม่ยอมทำงาน ต้องทำอย่างไร
มาตรา 50 กำหนดให้นายจ้างแจ้งผู้รับอนุญาตและนายทะเบียนภายใน 7 วัน ในกรณีที่นายจ้างไม่รับคนต่างด้าวเข้าทำงาน คนต่างด้าวไม่ยินยอมทำงาน หรือคนต่างด้าวออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใด และถ้าไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง ผู้รับอนุญาตสามารถจัดให้ไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายจ้างไม่รับเข้าทำงาน ไม่แจ้งตามกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทตามมาตรา 113/1 ในทางปฏิบัติสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรกคือแจ้งเราทันทีที่รู้เรื่อง อย่ารอดูเชิง เพราะกรอบเวลาตามกฎหมายเดินไปแล้ว
แรงงาน MOU ทำงานได้นานแค่ไหน ครบแล้วต้องทำอย่างไร
แรงงาน MOU ได้รับใบอนุญาตทำงานคราวละ 2 ปี (แบบ บต.42 อิเล็กทรอนิกส์) และต่ออายุได้อีกไม่เกิน 2 ปี รวมไม่เกิน 4 ปี เมื่อครบวาระต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางก่อนจะนำกลับเข้ามาใหม่ได้ ทั้งนี้เงื่อนไขและกำหนดเวลาช่วงเปลี่ยนผ่านมีการปรับเป็นระยะ ก่อนถึงกำหนดของแรงงานในความดูแล ให้ตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสายด่วน 1694 อีกครั้ง สิ่งที่นายจ้างควรทำคือดูวันหมดอายุจากใบอนุญาตทำงานของลูกจ้างเป็นรายบุคคล แล้วตั้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อยสองถึงสามเดือน อย่าปล่อยให้เอกสารขาดช่วงเด็ดขาด เพราะแก้ยากกว่าและแพงกว่ามาก ดูเพิ่มที่ บริการต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว
แรงงาน MOU เปลี่ยนนายจ้างได้ไหม
ได้ แต่มีเงื่อนไข ตามมาตรา 51 คนต่างด้าวที่ทำงานตามมาตรา 43 หรือ 46 ถ้าออกจากงานก่อนครบสัญญาจ้าง จะทำงานกับนายจ้างอื่นไม่ได้ เว้นแต่พิสูจน์ต่อนายทะเบียนได้ว่าออกจากงานเพราะความผิดของนายจ้าง หรือได้ชำระค่าเสียหายให้นายจ้างเดิมแล้ว เมื่อมีสิทธิแล้วต้องเข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิมตามมาตรา 52 ถ้าไม่ทันกำหนด ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดและสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดตามไปด้วยตามมาตรา 53 ข้อยกเว้นสำคัญคือมาตรา 51 วรรคสาม ซึ่งไม่ใช้บังคับกับคนต่างด้าวที่ได้รับการต่ออายุสัญญาจ้างและออกจากงานในระหว่างอายุสัญญาที่ต่อใหม่ รายละเอียดและบริการดำเนินการอยู่ที่หน้า บริการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว
อ่านต่อในเรื่องเดียวกัน
- นำเข้าแรงงานต่างด้าว MOU: 6 ขั้นตอนที่นายจ้างควรรู้
- แรงงานมติ ครม. กับ MOU ต่างกันอย่างไร
- บริการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว — สำหรับลูกจ้างที่เป็นแรงงาน MOU อยู่แล้วและต้องการย้ายนายจ้าง
- บริการต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว — สำหรับแรงงาน MOU ที่ใกล้ครบ 2 ปีแรก
- บริการทำบัตรชมพู แรงงานต่างด้าว
ให้เราช่วยดูเคสของคุณ
เริ่มที่นี่: ถามน้องเอ็กซ์ ผู้ช่วย AI ของเอ็กซ์เวิร์คเกอร์ — บอกแค่ว่าต้องการคนงานกี่คน สัญชาติลาวหรือเมียนมา ทำงานอะไร ต้องการให้เริ่มงานเดือนไหน และตอนนี้คนงานอยู่ที่ต้นทางหรืออยู่ในไทยแล้ว น้องเอ็กซ์จะบอกให้ว่าเคสของคุณอยู่เส้นทาง A หรือ B ต้องเตรียมเอกสารอะไร และควรเริ่มเรื่องเมื่อไรถึงจะทัน ถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย
ถ้าอยากคุยกับคนจริง ๆ ต่อ ทักมาที่ LINE @exworker ได้เลย หรือโทรหาทีมงานตามเบอร์และเวลาทำการที่แสดงไว้ในกล่องข้อมูลบริษัทของหน้านี้ ซึ่งระบุเลขที่ใบอนุญาตของเราไว้ด้วย ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจ
อัปเดต: 25 สิงหาคม 2569 · ข้อมูลกฎหมายในหน้านี้อ้างอิงจากพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 19 ก วันที่ 27 มีนาคม 2561 ประกอบคู่มือสำหรับประชาชนของกรมการจัดหางาน · ที่ตั้งศูนย์แรกรับฯ ค่าธรรมเนียม อัตราหลักประกัน และแนวปฏิบัติของแต่ละพื้นที่เปลี่ยนแปลงได้ตามรอบประกาศ ควรตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 (หรือ 1506) ก่อนดำเนินการ · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี
แหล่งอ้างอิง
- พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มาตรา 13, 41, 42, 43, 46, 49, 50, 51, 52, 53, 55, 64/2, 103, 111, 113, 113/1, 115/1 และ 119/1
- พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 19 ก วันที่ 27 มีนาคม 2561
- ประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง กำหนดรายการและอัตราค่าบริการและค่าใช้จ่ายในการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 223 ง วันที่ 17 กันยายน 2564
- ประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง กำหนดรายการในสัญญาจ้างคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานตามบันทึกความเข้าใจฯ ลงวันที่ 29 กันยายน 2566 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนพิเศษ 268 ง วันที่ 27 ตุลาคม 2566
- กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2563
- คู่มือสำหรับประชาชน กรมการจัดหางาน — การขอนำคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม มาทำงานในประเทศ และการขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว (MOU) ทั้งกรณีผู้รับอนุญาตดำเนินการและกรณีนายจ้างดำเนินการเอง
- กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน — สายด่วน 1694 และ 1506
นำเข้าไปแล้วและกำลังจะครบ 2 ปี รอบต่ออายุเป็นคนละงานกับการนำเข้าใหม่ และครบกำหนดเป็นรายคน ไม่ได้พร้อมกันทั้งชุด ดูที่ บริการต่ออายุสัญญาจ้าง MOU ครบ 2 ปี



