บริการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว แจ้งออก-แจ้งเข้าครบจบ
บริการเปลี่ยนนายจ้างให้แรงงานต่างด้าว MOU และบัตรชมพู ตรวจสิทธิ์ เตรียมเอกสารแจ้งออก-แจ้งเข้า ยื่นจัดหางานให้ครบ พร้อมเช็กเคสฟรีกับน้องเอ็กซ์
- ใบอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานเลขที่ นจ. 0122/2561
- 5,000+ เคส จาก 500+ บริษัท

เปลี่ยนนายจ้างให้แรงงานต่างด้าว คือการทำให้ลูกจ้างที่ออกจากนายจ้างเดิม กลับมาทำงานกับนายจ้างใหม่ได้อย่างถูกกฎหมาย โดยต้องทำ 2 ฝั่งให้ครบ คือ นายจ้างเดิมแจ้งออก และ นายจ้างใหม่ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ถ้าเลยกำหนด ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงทันที และสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรก็สิ้นสุดตามไปด้วย
เอ็กซ์เวิร์คเกอร์รับดำเนินการให้ครบทั้งกระบวนการ — ตรวจสิทธิ์ว่าลูกจ้างเปลี่ยนนายจ้างได้จริงไหม เตรียมและยื่นเอกสารกับสำนักงานจัดหางาน ตามเรื่องในระบบ e-WorkPermit จนได้ใบอนุญาตทำงานเล่มใหม่หรือสลักหลังเรียบร้อย นายจ้างไม่ต้องหยุดงานไปนั่งรอคิวเอง
ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณทำได้ไหม? คุยกับน้องเอ็กซ์ (AI ผู้ช่วยของเรา) ได้เลย ตอบได้ 24 ชม. ถามได้ทั้งเรื่องเงื่อนไข เอกสาร และเวลาที่ใช้ ถ้าเคสซับซ้อนน้องเอ็กซ์จะส่งต่อให้ทีมงานตัวจริงดูให้
ปัญหาที่นายจ้างเจอบ่อยที่สุด
- นายจ้างเดิมไม่ยอมแจ้งออก — ค้างเรื่องไว้ในระบบ ทำให้ยื่นเข้าฝั่งใหม่ไม่ผ่าน
- ไม่รู้ว่าลูกจ้างมีสิทธิเปลี่ยนนายจ้างหรือเปล่า — กลุ่ม MOU กับกลุ่มบัตรชมพูใช้เกณฑ์คนละชุด
- รหัสเข้าระบบอยู่กับนายหน้าเดิม — นายจ้างใหม่เข้าไปดำเนินการต่อไม่ได้
- ยื่นแล้วถูกตีกลับ — สะกดชื่อ/เลขพาสปอร์ตไม่ตรงกับข้อมูลในระบบเพียงจุดเดียวก็ตกได้
- นับวันผิด — กว่าจะรู้ตัวก็เลยกรอบเวลา ต้องส่งกลับแล้วนำเข้า MOU ใหม่ ซึ่งแพงกว่ามาก
ใครเปลี่ยนนายจ้างได้บ้าง
1. แรงงาน MOU (นำเข้าตามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐ)
กลุ่มนี้ผูกกับสัญญาจ้างที่ทำไว้ตั้งแต่นำเข้า ตาม มาตรา 51 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561) ถ้าลูกจ้างออกจากงานก่อนครบสัญญา จะไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นไม่ได้ เว้นแต่
- พิสูจน์ต่อนายทะเบียนได้ว่าที่ออกจากงานเป็น ความผิดของนายจ้าง หรือ
- ชำระค่าเสียหายให้นายจ้างเดิมแล้ว (ค่าเสียหาย = ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงาน คำนวณตามสัดส่วนเวลาที่ทำงานไปแล้ว)
เมื่อผ่านเงื่อนไข นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตทำงานให้ใหม่ หรือ สลักหลังใบอนุญาตทำงาน เพื่อแสดงสิทธิในการเปลี่ยนนายจ้าง
ข้อยกเว้นที่คนมักไม่รู้: ถ้าลูกจ้าง ต่อสัญญาจ้างแล้ว และออกจากงานในระหว่างอายุสัญญาฉบับใหม่ ข้อจำกัดข้างต้นไม่นำมาใช้บังคับ
2. แรงงานกลุ่มขึ้นทะเบียนตามมติ ครม. (บัตรชมพู)
กลุ่มนี้ ไม่ได้ผูกกับเงื่อนไขของมาตรา 51 แต่ใช้หลักเกณฑ์ที่กระทรวงแรงงาน/กรมการจัดหางานกำหนดไว้ในประกาศของรอบมติ ครม. ที่ลูกจ้างขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งโดยทั่วไปยืดหยุ่นกว่ากลุ่ม MOU แต่ ต่างกันได้ในแต่ละรอบ จึงต้องเช็กจากรอบที่ลูกจ้างขึ้นทะเบียนจริงเสมอ
พูดให้ตรงคือ แรงงานกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรีใช้หลักเกณฑ์ตามประกาศของรอบมตินั้น ๆ ซึ่งอาจต่างจากกลุ่ม MOU ให้ตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ เราจึงถามเสมอว่าลูกจ้างขึ้นทะเบียนรอบไหน ก่อนจะบอกว่าเคสนี้ทำได้หรือไม่ได้
เพราะแต่ละรอบมีประกาศของตัวเอง และประกาศเก่าก็ทยอยหมดอายุไป การเทียบเคสของคุณกับสิ่งที่เพื่อนนายจ้างเคยทำเมื่อปีก่อนจึงเสี่ยงพลาด วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือดูจากเอกสารขึ้นทะเบียนของลูกจ้างเองว่าอยู่รอบไหน แล้วยืนยันหลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่จริงกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.) ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 ก่อนเริ่มเดินเรื่อง
3. กรณีนายจ้างไม่รับเข้าทำงาน หรือลูกจ้างออกจากงานโดยไม่ใช่ความผิดของตน (แรงงานที่เพิ่งนำเข้า)
ตาม มาตรา 50 เมื่อผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานส่งลูกจ้างถึงนายจ้างแล้ว แต่นายจ้างไม่รับเข้าทำงาน หรือลูกจ้างออกจากงาน (เฉพาะกรณีที่ไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง) ผู้รับอนุญาตอาจจัดให้ลูกจ้างไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นได้ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายจ้างไม่รับเข้าทำงาน โดยระยะเวลาทำงานกับนายจ้างใหม่ต้องไม่เกินกำหนดตามสัญญานำคนต่างด้าวมาทำงาน
ทั้งนี้ มาตรา 50 ยังกำหนดให้ นายจ้างต้องแจ้งผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานและนายทะเบียนภายใน 7 วัน เมื่อเกิดเหตุตามมาตรานี้ (นายจ้างไม่รับเข้าทำงาน / ลูกจ้างไม่ยินยอมทำงาน / ลูกจ้างออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใด)
4. กรณีลูกจ้างไม่ยินยอมทำงานกับนายจ้าง
กรณีนี้ใช้กติกาคนละชุดกับข้อ 3 อย่าเหมารวม — ถ้าลูกจ้างไม่ยินยอมทำงานกับนายจ้าง และเป็นเพราะความผิดของนายจ้าง มาตรา 50 กำหนดให้ นำมาตรา 51 และมาตรา 52 มาใช้บังคับโดยอนุโลม พูดง่าย ๆ คือไม่ได้เข้ากลไก “ผู้รับอนุญาตจัดให้ทำงานกับนายจ้างรายอื่นภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายจ้างไม่รับเข้าทำงาน” แบบข้อ 3 แต่ต้องเดินตามเส้นทางเดียวกับการเปลี่ยนนายจ้างปกติ คือพิสูจน์สิทธิตามมาตรา 51 (ความผิดของนายจ้าง หรือชำระค่าเสียหายให้นายจ้างเดิม) แล้วเข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ให้ทันกรอบ 30 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม ตามมาตรา 52
เพราะเงื่อนไขต่างกันแบบนี้ ก่อนเริ่มเดินเรื่องจึงต้องระบุให้ชัดก่อนว่าเคสของคุณเป็นกรณีไหน ส่วนรายละเอียดว่ากรณีใดถือเป็น “ความผิดของนายจ้าง” เป็นดุลพินิจของนายทะเบียนตามแนวปฏิบัติของกรมการจัดหางาน จึงควรสอบถามสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่เป็นราย ๆ ไป หรือ ส่งรายละเอียดเคสให้น้องเอ็กซ์ช่วยแยกให้ก่อน
ขั้นตอนและกรอบเวลา
ตัวเลขที่ต้องจำมี 2 ตัว คือ 30 วัน กับ 15 วัน — ตาม มาตรา 52 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561) แรงงานที่มีสิทธิเปลี่ยนนายจ้างต้องเข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม ส่วน 15 วัน คือกรอบเวลาแจ้งนายทะเบียน ซึ่งมีทั้งฝั่งนายจ้างและฝั่งลูกจ้าง
จุดที่นับผิดกันบ่อยที่สุด: 30 วันนับจาก วันที่เลิกทำงานจริง ไม่ใช่นับจากวันที่นายจ้างเดิมไปแจ้งออกในระบบ ถ้านายจ้างเดิมดองเรื่องไว้ 10 วันแล้วค่อยแจ้ง เวลาที่เหลือของลูกจ้างก็หายไป 10 วันโดยที่ไม่มีใครบอก
บางกลุ่มหรือบางรอบมติคณะรัฐมนตรีอาจมีมาตรการผ่อนผันขยายเวลาเป็นการเฉพาะ ซึ่งมีช่วงเวลาบังคับใช้จำกัด แนะนำให้ตรวจสอบสถานะล่าสุดกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 ก่อนดำเนินการ
| ขั้น | ใครทำ | กรอบเวลาตามกฎหมาย |
|---|---|---|
| ลูกจ้างออกจากงาน | — | วันเริ่มนับ |
| แจ้งนายทะเบียนว่าลูกจ้างออกจากงาน (พร้อมระบุเหตุ) | นายจ้างเดิม | ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ออกจากงาน |
| ตรวจสิทธิ์ / ขอสลักหลังใบอนุญาตทำงาน | ลูกจ้าง + นายจ้างใหม่ | ทำคู่ขนานได้ทันที |
| เริ่มทำงานกับนายจ้างรายใหม่ | ลูกจ้าง | ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม (มาตรา 52) |
| แจ้งนายทะเบียนถึงนายจ้าง สถานที่ทำงาน และลักษณะงาน | ลูกจ้าง (ผู้รับอนุญาตให้ทำงาน) | ภายใน 15 วัน นับแต่วันเข้าทำงาน และต้องแจ้งทุกครั้งที่เปลี่ยนนายจ้าง (มาตรา 64/2) |
| วางหลักประกัน (เฉพาะงานประเภทที่ต้องวาง) | นายจ้างใหม่ | ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง (มาตรา 52 วรรคหนึ่ง) |
โทษของการไม่แจ้งใน 15 วัน: ฝั่งนายจ้างที่ไม่แจ้งตามมาตรา 13 มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท (มาตรา 103) ส่วนตัวลูกจ้างที่ไม่แจ้งตามมาตรา 64/2 ก็มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท เช่นกัน (มาตรา 119/1) เป็นคนละหน้าที่กัน แจ้งฝั่งเดียวไม่พอ
ถ้าเลยกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น
มาตรา 53 กำหนดชัดว่า ถ้าลูกจ้าง ไม่มีสิทธิ เปลี่ยนนายจ้างตามมาตรา 51 หรือ มีสิทธิแต่ไม่ได้ไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นทันกำหนดตามมาตรา 52 ให้ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ออกจากงานหรือวันที่พ้นกำหนด แล้วแต่กรณี และ ให้ถือว่าสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองด้วย — ในทางปฏิบัติแปลว่าต้องส่งกลับและนำเข้าใหม่ ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเปลี่ยนนายจ้างหลายเท่า
แจ้งเข้าแรงงานต่างด้าวออนไลน์ผ่าน e-WorkPermit ทำอย่างไร
การ "แจ้งเข้า" คือการที่นายจ้างแจ้งนายทะเบียนว่ารับคนต่างด้าวเข้าทำงาน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้ง ภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ไม่แจ้งตามกำหนดมีโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 103 และเมื่อออกจากงานก็ต้องแจ้งภายใน 15 วันเช่นกันพร้อมระบุเหตุแห่งการออกจากงาน
นอกจากฝั่งนายจ้างแล้ว ตัวคนต่างด้าวเองก็มีหน้าที่แจ้ง ชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และลักษณะงานหลักต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันเข้าทำงาน และต้องแจ้งทุกครั้งที่เปลี่ยนนายจ้าง ตามมาตรา 64/2 ไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาทตามมาตรา 119/1 — เป็นคนละหน้าที่กับการแจ้งของนายจ้าง ไม่ใช่ทำอย่างใดอย่างหนึ่งแทนกันได้
ยื่นออนไลน์ได้ที่ไหน
กรมการจัดหางานเปิดระบบ e-WorkPermit ที่ eworkpermit.doe.go.th สำหรับยื่นเรื่องเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวทางอิเล็กทรอนิกส์ นายจ้างต้องลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้ก่อนจึงจะยื่นคำขอในระบบได้
สิ่งที่ควรรู้ก่อนยื่นเอง
- แจ้งเข้าไม่ได้แปลว่าเปลี่ยนนายจ้างได้แล้ว — ถ้าลูกจ้างออกจากงานก่อนครบสัญญา ต้องผ่านเงื่อนไขมาตรา 51 ก่อน คือพิสูจน์ต่อนายทะเบียนว่าออกเพราะความผิดของนายจ้าง หรือชำระค่าเสียหายให้นายจ้างเดิมแล้ว
- นับ 30 วันให้ดี — ต้องเข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ภายใน 30 วันนับแต่วันเลิกทำงานกับนายจ้างเดิม (มาตรา 52) เลยกำหนดแล้วใบอนุญาตทำงานสิ้นสุด และสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดตามไปด้วย (มาตรา 53)
- บางขั้นตอนยังต้องไปที่สำนักงานจัดหางาน เช่น การรับเล่ม/สลักหลังใบอนุญาต และการยื่นเอกสารตัวจริงบางรายการ ระบบออนไลน์ช่วยลดรอบการเดินทางแต่ยังไม่ได้แทนทั้งหมด
- งานบางประเภทต้องวางหลักประกัน ต่ออธิบดีภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง (มาตรา 52 ท่อนท้าย)
- เงื่อนไขและรอบการยื่นเปลี่ยนบ่อย ตามมติคณะรัฐมนตรีและประกาศของกรมการจัดหางาน ก่อนยื่นทุกครั้งควรตรวจสอบประกาศล่าสุดกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่
ถ้าไม่อยากเสี่ยงพลาดกรอบเวลา 15 วันหรือ 30 วัน เอ็กซ์เวิร์คเกอร์รับตรวจสิทธิ์ เตรียมเอกสาร และยื่นเรื่องในระบบให้ทั้งฝั่งแจ้งออกและแจ้งเข้า
เอกสารที่ต้องใช้
ฝั่งแจ้งออก (นายจ้างเดิม)
- แบบแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานต่อนายทะเบียน พร้อมระบุเหตุแห่งการออกจากงาน
- สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือรับรองนิติบุคคลของนายจ้างเดิม
- สำเนาใบอนุญาตทำงานและหนังสือเดินทางของลูกจ้าง
- หนังสือรับรองการออกจากงาน หรือใบแจ้งออก (ถ้านายจ้างเดิมออกให้)
- หลักฐานเหตุการออกจากงาน เช่น ใบเลิกจ้าง หนังสือลาออก หรือเอกสารกรณีนายจ้างปิดกิจการ/เสียชีวิต
เคสที่เจอบ่อย: นายจ้างเดิมไม่ออกใบแจ้งออกให้ กรมการจัดหางานเคยชี้แจงว่าลูกจ้างยื่นคำขอเปลี่ยนนายจ้างที่ สจจ./สจก. 1–10 ได้ โดยไม่ต้องรอใบแจ้งออกจากนายจ้างเดิม แต่นายจ้างเดิมก็ยังมีหน้าที่แจ้งออกตามกฎหมายอยู่ดี — แนวปฏิบัติต่างกันได้ตามพื้นที่ ให้เช็กกับ สจจ. ที่ลูกจ้างทำงานอยู่
ฝั่งแจ้งเข้า (นายจ้างใหม่)
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของนายจ้าง / หนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรกรรมการ (กรณีนิติบุคคล)
- แผนที่และรูปถ่ายสถานประกอบการ
- สัญญาจ้างงานฉบับใหม่ที่ลงนามแล้ว
- หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทน (CI/TD/PJ) ของลูกจ้าง ที่ยังไม่หมดอายุ
- ใบอนุญาตทำงานเดิม หรือหลักฐานการสลักหลังสิทธิเปลี่ยนนายจ้าง
- บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) ถ้ามี
- รูปถ่ายลูกจ้างตามขนาดที่ราชการกำหนด
- หลักฐานการวางหลักประกัน (เฉพาะกิจการที่กฎหมายกำหนด)
เอกสารอาจต่างกันตามพื้นที่และกลุ่มที่ลูกจ้างขึ้นทะเบียน ส่งรูปเอกสารที่มีมา ให้น้องเอ็กซ์ช่วยเช็กก่อน ได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น 2 ก้อนคนละส่วนกัน อย่ารวมกันแล้วเทียบราคา เพราะจะเทียบผิด
1. ค่าธรรมเนียมราชการ
ก้อนนี้จ่ายให้หน่วยงานรัฐโดยตรง เป็นอัตราเดียวกันไม่ว่าจะทำเองหรือให้ใครทำแทน โดยทั่วไปประกอบด้วยค่าคำขอ ค่าใบอนุญาตทำงาน และค่าใช้จ่ายอื่นที่ตามมาในบางเคส เช่น ค่าตรวจสุขภาพ หรือค่าทำบัตรใหม่
อัตราค่าธรรมเนียมเป็นไปตามกฎกระทรวงและประกาศของทางราชการ ซึ่งปรับได้ตามรอบประกาศ และบางรายการยังต่างกันตามกลุ่มแรงงานกับพื้นที่ที่ยื่นด้วย เราจึงไม่ระบุตัวเลขค้างไว้ในหน้านี้ ให้ตรวจสอบอัตราที่ใช้อยู่จริงกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.) ในพื้นที่ที่จะยื่น หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 — หรือ ให้น้องเอ็กซ์สรุปรายการที่ต้องจ่ายของเคสคุณให้ ก่อนก็ได้
2. ค่าบริการเอ็กซ์เวิร์คเกอร์
ค่าบริการของเราดึงจากรายการบริการจริงของบริษัท ไม่ได้พิมพ์ตายไว้ในเนื้อหา ตัวเลขที่คุณเห็นบนหน้านี้จึงเป็นราคาปัจจุบันเสมอ
ก่อนเริ่มงานเราแจกแจงให้เห็นชัดทุกครั้งว่าก้อนไหนเป็นค่าธรรมเนียมราชการ ก้อนไหนเป็นค่าบริการของเรา ไม่มีบวกเพิ่มระหว่างทาง ขอใบเสนอราคาผ่านน้องเอ็กซ์ ได้ทันที
ทำเองได้ไหม เทียบกับให้เราทำ
| ประเด็น | นายจ้างทำเอง | ให้เอ็กซ์เวิร์คเกอร์ทำ |
|---|---|---|
| ทำได้ไหม | ได้ กฎหมายไม่ได้บังคับให้ใช้ตัวแทน | ได้ และเราทำแทนได้เกือบทุกขั้น |
| เหมาะกับ | เคสตรงไปตรงมา นายจ้างเดิมให้ความร่วมมือ เอกสารครบ | เคสที่นายจ้างเดิมไม่แจ้งออก ระบบล็อก รหัสอยู่กับนายหน้าเดิม หรือใกล้ครบกำหนด |
| เวลาที่นายจ้างต้องเสีย | ไปสำนักงานจัดหางานเอง อาจต้องไปหลายรอบถ้าเอกสารตก | ส่งเอกสารมาทางแชท ทีมงานเดินเรื่องให้ |
| ความเสี่ยงถูกตีกลับ | สูงถ้าไม่เคยยื่น ข้อมูลในระบบต้องตรงกันทุกตัวอักษร | ตรวจเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง ลดรอบตีกลับ |
| ค่าใช้จ่าย | เฉพาะค่าธรรมเนียมราชการ | ค่าธรรมเนียมราชการ + ค่าบริการ |
| สิ่งที่เราการันตีไม่ได้ | ผลอนุมัติเป็นดุลพินิจของนายทะเบียน เราเร่งคิวราชการไม่ได้ และไม่รับเคสที่ต้องเลี่ยงกฎหมาย | |
คำถามที่พบบ่อย
แรงงานต่างด้าวเปลี่ยนนายจ้างเองได้เลยไหม ต้องให้นายจ้างเดิมยินยอมก่อนหรือเปล่า
ขึ้นกับกลุ่ม ถ้าเป็นแรงงาน MOU ที่ออกจากงานก่อนครบสัญญา ตามมาตรา 51 ต้องพิสูจน์ต่อนายทะเบียนว่าเป็นความผิดของนายจ้าง หรือชำระค่าเสียหายให้นายจ้างเดิมก่อน จึงจะได้รับใบอนุญาตทำงานใหม่หรือสลักหลังสิทธิ ส่วนกลุ่มบัตรชมพูใช้หลักเกณฑ์ของรอบมติ ครม. ที่ขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งยืดหยุ่นกว่า อย่างไรก็ตาม การที่นายจ้างเดิม “ไม่ยินยอม” ไม่ได้แปลว่ายื่นเรื่องไม่ได้ กรมการจัดหางานเคยชี้แจงว่ายื่นคำขอเปลี่ยนนายจ้างที่สำนักงานจัดหางานได้โดยไม่ต้องรอใบแจ้งออก
ไม่มีใบแจ้งออกจากนายจ้างเดิม ทำอย่างไร
ยังยื่นเรื่องได้ ให้เตรียมหลักฐานอื่นที่แสดงว่าออกจากงานจริง เช่น หนังสือลาออก สลิปเงินเดือนงวดสุดท้าย หรือเอกสารกรณีนายจ้างเดิมปิดกิจการ แล้วยื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.) หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 ในพื้นที่ที่ทำงาน ทั้งนี้นายจ้างเดิมยังมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างออกจากงานอยู่ดี
ครบสัญญาแล้วเปลี่ยนนายจ้างได้เลยไหม
ข้อจำกัดตามมาตรา 51 พูดถึงกรณี “ออกจากงานก่อนครบสัญญาจ้าง” ดังนั้นถ้าทำงานจนครบสัญญาแล้ว เงื่อนไขข้อนี้ไม่ใช่อุปสรรค และกฎหมายยังระบุด้วยว่าความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับคนต่างด้าวที่ได้รับการต่ออายุสัญญาจ้างและออกจากงานระหว่างอายุสัญญาฉบับใหม่ แต่ยังต้องไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ให้ทันกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดอยู่ดี ส่งรายละเอียดสัญญาและวันสิ้นสุดมาให้ทีมงานเช็กก่อนได้
เปลี่ยนนายจ้างต่างด้าวออนไลน์ได้ไหม
กรมการจัดหางานมีระบบอนุญาตทำงานทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-WorkPermit) ที่ใช้ยื่นและติดตามสถานะคำขอได้ แต่ในทางปฏิบัติหลายขั้นตอนยังต้องยื่นเอกสารตัวจริงหรือให้ลูกจ้างแสดงตนที่สำนักงานจัดหางาน และช่องทางที่เปิดใช้ต่างกันได้ตามกลุ่มแรงงานและพื้นที่ ให้ตรวจกับ สจจ. ที่รับผิดชอบก่อนทุกครั้ง อย่าเชื่อว่า “ยื่นออนไลน์อย่างเดียวจบ” จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่
ยื่นในระบบแล้วขึ้นว่าคำร้องซ้ำซ้อนหรือถูกปฏิเสธ แก้อย่างไร
สาเหตุที่เจอบ่อยที่สุดคือนายจ้างเดิมหรือนายหน้าเดิมยื่นเรื่องค้างไว้แล้วยังไม่ถอนคำร้อง ทำให้ระบบยึดผู้ใช้สิทธิรายล่าสุด ต้องเคลียร์คำร้องเดิมให้เรียบร้อยก่อน อีกสาเหตุคือรหัสเข้าระบบยังอยู่กับนายจ้าง/นายหน้าเดิม ทำให้นายจ้างใหม่เข้าไปดำเนินการไม่ได้ กรณีนี้ต้องยื่นเรื่องขอสิทธิ์เข้าระบบใหม่ ส่งภาพหน้าจอสถานะที่ขึ้นมาให้ทีมงานดูได้ เราเจอเคสแบบนี้บ่อย
ถ้าหานายจ้างใหม่ไม่ทันกำหนด จะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 53 ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ออกจากงานหรือวันที่พ้นกำหนด แล้วแต่กรณี และให้ถือว่าการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองด้วย ผลคือลูกจ้างต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง และถ้าจะกลับมาทำงานใหม่ต้องเริ่มกระบวนการนำเข้าใหม่ ซึ่งใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิมมาก จึงควรเริ่มเรื่องตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าลูกจ้างจะออก
ใช้เวลากี่วันถ้าให้เอ็กซ์เวิร์คเกอร์ทำให้
ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบของเอกสาร ความร่วมมือของนายจ้างเดิม และคิวของสำนักงานจัดหางานในพื้นที่นั้น เราไม่รับปากเป็นตัวเลขตายตัวเพราะเร่งคิวราชการไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือตรวจเอกสารให้ครบตั้งแต่รอบแรกเพื่อไม่ให้ถูกตีกลับ และแจ้งสถานะให้ทราบทุกขั้น ส่งข้อมูลเคสมาให้ประเมินกรอบเวลาเบื้องต้นได้
อ่านต่อในเรื่องเดียวกัน
- เปลี่ยนนายจ้างต่างด้าว ใครทำได้เลย ใครต้องใช้ใบแจ้งออก
- จ้างต่างด้าวผิดกฎหมาย นายจ้างโดนอะไรบ้าง
- ประเภทงานที่คนต่างด้าวทำได้และงานที่ห้ามทำ — ต้องเช็กก่อนว่าลักษณะงานกับนายจ้างใหม่ทำได้จริง เพราะต้องแจ้งลักษณะงานตามมาตรา 64/2
- บริการทำบัตรชมพู แรงงานต่างด้าว
- บริการทำเล่ม CI แรงงานเมียนมา
ให้เราช่วยดูเคสของคุณ
เริ่มที่นี่: ถามน้องเอ็กซ์ ผู้ช่วย AI ของเอ็กซ์เวิร์คเกอร์ — บอกแค่ว่าลูกจ้างเป็นกลุ่มไหน (MOU หรือบัตรชมพู) ออกจากงานวันไหน และมีเอกสารอะไรอยู่บ้าง น้องเอ็กซ์จะประเมินให้ว่าเคสนี้ทำได้ไหม ต้องใช้อะไร และเหลือเวลาเท่าไร ถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย
ถ้าอยากคุยกับคนจริง ๆ ต่อ ทักมาที่ LINE @exworker ได้เลย หรือโทรหาทีมงานตามเบอร์และเวลาทำการที่แสดงไว้ในกล่องข้อมูลบริษัทของหน้านี้ ซึ่งระบุเลขที่ใบอนุญาตของเราไว้ด้วย ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจ
อัปเดตล่าสุด: 20 สิงหาคม 2569 · ข้อมูลกฎหมายในหน้านี้อ้างอิงจาก พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 19 ก วันที่ 27 มีนาคม 2561 · หลักเกณฑ์ของกลุ่มมติ ครม. เปลี่ยนแปลงได้ตามรอบประกาศ ควรตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 ก่อนดำเนินการ · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี
แหล่งอ้างอิง
- พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 19 ก วันที่ 27 มีนาคม 2561 (มาตรา 25 ยกเลิกและเขียนใหม่ทั้ง มาตรา 50, 51, 52 และ 53)
- พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มาตรา 13, 50, 51, 52, 53, 64/2, 103 และ 119/1
- กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน — สายด่วน 1694
ไม่ได้ย้ายนายจ้าง แค่ต้องแจ้งเข้าหรือแจ้งออก ถ้าเป็นการรับลูกจ้างเข้าทำงาน หรือลูกจ้างลาออกเฉย ๆ โดยไม่มีการย้ายนายจ้างเข้ามาเกี่ยว ใช้ บริการแจ้งเข้า–แจ้งออกแรงงานต่างด้าว แทนได้ ซึ่งเป็นงานที่เล็กกว่าและจบเร็วกว่า
อยู่ต่างจังหวัดและอยากได้ทีมที่ดูแลพื้นที่ของคุณ ดูที่ รับทำเอกสารแรงงานต่างด้าว ใกล้ฉัน



