EXWORKER

เปลี่ยนนายจ้างต่างด้าว ไม่แจ้งใน 15 วัน ปรับไม่เกิน 20,000

เปลี่ยนนายจ้างต่างด้าว ไม่แจ้งใน 15 วัน ปรับไม่เกิน 20,000

นายจ้างต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วัน ทั้งตอนรับเข้าและออกจากงาน ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 20,000 บาท กลุ่ม MOU มีเวลาย้ายนายจ้าง 60 วัน ยื่นออนไลน์ได้ถึงขั้นไหน

เขียนโดยทีมงานเอ็กซ์เวิร์คเกอร์อัปเดตล่าสุด อ่าน 43 นาที

เปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว ใครทำได้ ใครต้องมีใบแจ้งออก

แรงงานต่างด้าวที่นำเข้าตามระบบ MOU ไม่ได้เปลี่ยนนายจ้างได้ทุกคน กฎหมายกำหนดทางไว้ 2 ทางเท่านั้น คือ พิสูจน์ต่อนายทะเบียนได้ว่าออกจากงานเพราะความผิดของนายจ้าง หรือชำระค่าเสียหายให้นายจ้างรายเดิมแล้ว (มาตรา 51) เมื่อมีสิทธิแล้วต้องเข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ภายในกำหนดนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม ซึ่งไม่เท่ากันทุกกลุ่ม ตัวบทมาตรา 52 กำหนดฐานทั่วไปไว้ที่ 30 วัน ส่วนกลุ่ม MOU สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ขยายระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างตามมาตรา 52 และระยะเวลาทำงานกับนายจ้างรายใหม่ตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง เป็น 60 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม โดยมีผลถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2572 ถ้าพ้นกำหนด ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดทันที และสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดตามไปด้วย (มาตรา 53)

ส่วนแรงงานที่ได้รับอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี (กลุ่มบัตรชมพู/กลุ่มผ่อนผัน) เป็นคนละฐานกฎหมายกับกลุ่ม MOU จึงใช้หลักเกณฑ์ตามประกาศของรอบมตินั้น ๆ ในทางปฏิบัติมักย้ายนายจ้างได้ง่ายกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีเงื่อนไข ยังต้องยื่นขออนุญาตทำงานกับนายจ้างรายใหม่และแจ้งนายทะเบียนตามกำหนดเวลาเสมอ

และไม่ว่าลูกจ้างจะอยู่กลุ่มไหน นายจ้างมีหน้าที่แจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วัน ทั้งตอนรับเข้าทำงานและตอนลูกจ้างออกจากงาน ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท — จุดนี้คือจุดที่นายจ้างพลาดกันมากที่สุด เพราะคิดว่า "ลูกจ้างลาออกไปแล้วก็จบ"

ข้อมูล ณ วันที่ตรวจสอบ 27 สิงหาคม 2569

กฎหมายว่าอย่างไร: มาตรา 51, 52, 53

ฐานกฎหมายหลักคือ พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561 ซึ่งเขียนมาตรา 50–53 ขึ้นใหม่ทั้งชุด

มาตรา สาระสำคัญ สิ่งที่นายจ้างต้องทำ
ม.51 คนต่างด้าวที่ทำงานกับนายจ้างตาม ม.43 หรือ ม.46 (กลุ่มนำเข้า MOU) ถ้าออกจากงานก่อนครบสัญญา จะทำงานกับนายจ้างอื่นไม่ได้ เว้นแต่ พิสูจน์ได้ว่าเป็นความผิดของนายจ้าง หรือชำระค่าเสียหายให้นายจ้างเดิมแล้ว ตรวจก่อนรับเข้าทำงานว่าลูกจ้างเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง และนายทะเบียนได้ออกใบอนุญาตทำงานใหม่หรือสลักหลังใบเดิมแล้ว
ม.51 วรรคสอง "ค่าเสียหาย" คือค่าใช้จ่ายทั้งปวงในการนำคนต่างด้าวมาทำงาน คำนวณตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ทำงานไปแล้ว ขอดูวิธีคำนวณเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่ตัวเลขปากเปล่าจากนายจ้างเดิม
ม.51 วรรคสาม ข้อจำกัดข้างต้น ไม่ใช้ กับคนต่างด้าวที่ได้รับการต่ออายุสัญญาจ้าง แล้วออกจากงานระหว่างสัญญาที่ต่อใหม่ ถ้าลูกจ้างอยู่ในสัญญารอบต่ออายุ ให้แจ้งประเด็นนี้กับนายทะเบียนตั้งแต่ต้น
ม.52 ผู้มีสิทธิเปลี่ยนนายจ้างต้องทำงานกับนายจ้างรายใหม่ ภายในกำหนด นับแต่วันเลิกทำงานกับรายเดิม โดยตัวบทกำหนดฐานทั่วไปไว้ที่ 30 วัน ส่วนกลุ่ม MOU สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ขยายระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างตามมาตรา 52 และระยะเวลาทำงานกับนายจ้างรายใหม่ตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง เป็น 60 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม โดยมีผลถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2572 · งานประเภทที่ต้องวางหลักประกันตาม ม.46 นายจ้างรายใหม่ต้องวางหลักประกันต่ออธิบดี ภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง นับจาก "วันเลิกทำงานจริง" ไม่ใช่วันที่ได้ใบแจ้งออก · ก่อนนับ ให้ดูจากใบอนุญาตทำงานฉบับปัจจุบันว่าลูกจ้างอยู่กลุ่มไหน เพราะจำนวนวันไม่เท่ากัน
ม.53 ไม่มีสิทธิเปลี่ยน หรือมีสิทธิแต่ไม่ได้เข้าทำงานกับรายใหม่ภายในกำหนดของกลุ่มตน → ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุด และถือว่าสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดตามกฎหมายคนเข้าเมือง อย่าปล่อยให้ลูกจ้าง "รอเฉย ๆ" ระหว่างหางานใหม่ — เวลาเดินตลอด
ม.50 กรณีนายจ้างไม่รับเข้าทำงาน / คนต่างด้าวไม่ยินยอมทำงาน / ออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใด นายจ้างต้องแจ้งผู้รับอนุญาตและนายทะเบียนภายใน 7 วัน กลุ่มนำเข้า MOU ที่เพิ่งมาถึงแล้วไม่ลงตัว ต้องรีบแจ้งภายใน 7 วัน ไม่ใช่ 15 วัน

ข้อควรระวัง: มาตราที่ใช้กับเรื่องการเปลี่ยนนายจ้างคือ มาตรา 51 และมาตรา 52 ตามที่ยกมาข้างต้น (เลขมาตราแบบมีทับที่พบตามเว็บทั่วไปไม่มีอยู่ในกฎหมายฉบับนี้) และตัวบทมาตรา 51 มีทางออกแค่ 2 ทาง ไม่ใช่ "4 กรณี" หรือ "6 ข้อ" อย่างที่มักเห็นกัน รายการเหตุต่าง ๆ (นายจ้างเลิกกิจการ ไม่จ่ายค่าจ้าง ทำร้ายร่างกาย ฯลฯ) เป็นการขยายความว่าอะไรคือ "ความผิดของนายจ้าง" ซึ่งเป็นดุลพินิจของนายทะเบียนตามแนวปฏิบัติของกรมการจัดหางาน จึงควรสอบถามสำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.) ในพื้นที่เป็นราย ๆ ไป

15 วันที่ลืมกันบ่อยที่สุด: หน้าที่แจ้งนายทะเบียน

  • นายจ้าง (ม.13): แจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง และภายใน 15 วันนับแต่วันที่คนต่างด้าวออกจากงาน โดยต้องระบุเหตุแห่งการออกจากงานด้วย → ฝ่าฝืน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท (ม.103)
  • ตัวลูกจ้างเอง (ม.64/2): แจ้งนายทะเบียนถึงชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และลักษณะงานหลัก ภายใน 15 วันนับแต่วันที่เข้าทำงาน และต้องแจ้งทุกครั้งที่เปลี่ยนนายจ้าง → ฝ่าฝืน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท (ม.119/1)

จากเคสที่เราเจอบ่อย ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ตัวลูกจ้าง แต่อยู่ที่นายจ้างเดิมไม่ยอมแจ้งออกในระบบ ทำให้นายจ้างใหม่ยื่นเรื่องต่อไม่ได้ ขณะที่นาฬิกาตาม ม.52 ยังเดินอยู่ (กลุ่ม MOU มีเวลา 60 วันตามประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2572 กลุ่มอื่นยึดตามฐานในตัวบทคือ 30 วัน) ถ้าเรื่องค้างอยู่ฝั่งนายจ้างเดิม หรือไม่แน่ใจว่าลูกจ้างมีสิทธิ์ย้ายหรือไม่ ดูขั้นตอนและสิ่งที่ต้องเตรียมได้ที่ บริการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว · อ่านเพิ่มเรื่องบทลงโทษได้ที่ จ้างต่างด้าวผิดกฎหมาย นายจ้างโดนอะไรบ้าง

ลูกจ้างจะย้ายมาอยู่กับคุณ แต่ไม่รู้ว่าใครต้องแจ้งอะไรบ้าง? เล่าเคสให้น้องเอ็กซ์ฟังได้เลย เดี๋ยวไล่ให้ว่าเหลือกี่วันและต้องยื่นแบบไหน ตอบฟรี

คุยกับน้องเอ็กซ์

แจ้งเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าวออนไลน์ ทำยังไง และทำได้แค่ไหน

ตอบสั้น ๆ ก่อน: เรื่องเปลี่ยนนายจ้างยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการจัดหางานได้ และติดตามสถานะได้จากที่ทำงาน แต่ไม่ใช่ทุกขั้นตอนจบบนหน้าจอ ยังมีส่วนที่ต้องใช้เอกสารตัวจริงและต้องผ่านการพิจารณาของนายทะเบียนอยู่ดี ก่อนกดยื่นจึงควรเช็กของให้พร้อมก่อน

สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่มยื่น

  • บัญชีผู้ใช้ในระบบที่เป็นของนายจ้างเอง — ถ้าบัญชีถูกเปิดไว้ตั้งแต่รอบก่อนโดยนายหน้าเดิม เจ้าของกิจการมักเข้าระบบของตัวเองไม่ได้ ต้องเคลียร์เรื่องบัญชีให้จบก่อน ไม่ใช่มาแก้ตอนใกล้ครบกำหนด
  • สิทธิของผู้รับมอบอำนาจ — ถ้าให้ฝ่ายบุคคลหรือผู้ให้บริการยื่นแทน ต้องมีเอกสารมอบอำนาจและสิทธิใช้งานในระบบให้ตรงกับคนที่ยื่นจริง
  • เอกสารตัวจริงและข้อมูลที่ตรงกันทุกใบ — หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตทำงานฉบับปัจจุบัน หลักฐานการออกจากงานกับนายจ้างรายเดิม และข้อมูลนิติบุคคลของนายจ้างรายใหม่ ชื่อสะกดต้องตรงกันทุกฉบับ

ลำดับของเรื่อง (ภาพรวมว่าอะไรมาก่อนหลัง ไม่ใช่ลำดับการกดปุ่มในระบบ)

  1. นายจ้างรายเดิมแจ้งการออกจากงานพร้อมเหตุแห่งการออกจากงานต่อนายทะเบียน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างออกจากงาน (ม.13)
  2. ตรวจว่าลูกจ้างมีสิทธิเปลี่ยนนายจ้างหรือไม่ตาม ม.51 คือพิสูจน์ต่อนายทะเบียนได้ว่าออกจากงานเพราะความผิดของนายจ้าง หรือได้ชำระค่าเสียหายให้นายจ้างเดิมแล้ว
  3. หานายจ้างรายใหม่และเข้าทำงานให้ทันกรอบเวลา ซึ่งไม่เท่ากันทุกกลุ่ม ให้ดูจากใบอนุญาตทำงานฉบับปัจจุบันว่าลูกจ้างอยู่กลุ่มไหน
    • ตัวบทมาตรา 52 กำหนดฐานทั่วไปไว้ที่ 30 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม
    • กลุ่ม MOU สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ขยายระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างตามมาตรา 52 และระยะเวลาทำงานกับนายจ้างรายใหม่ตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง เป็น 60 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม โดยมีผลถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2572
    • กลุ่มบัตรชมพู (มติคณะรัฐมนตรี) ใช้หลักเกณฑ์และชุดเอกสารตามประกาศของรอบมตินั้น ๆ ซึ่งอาจต่างจากกลุ่ม MOU ทั้งเรื่องแบบฟอร์ม กรอบเวลา และค่าธรรมเนียม แนะนำให้ตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 ก่อนดำเนินการ
  4. นายจ้างรายใหม่ยื่นคำขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงานและแจ้งการจ้างต่อนายทะเบียน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง (ม.13) ส่วนงานประเภทที่ต้องวางหลักประกันตาม ม.46 นายจ้างรายใหม่ต้องวางหลักประกันต่ออธิบดีภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้างด้วย (ม.52)
  5. ตัวลูกจ้างแจ้งชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และลักษณะงานหลักต่อนายทะเบียน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่เข้าทำงาน และต้องแจ้งทุกครั้งที่เปลี่ยนนายจ้าง (ม.64/2)
  6. รอนายทะเบียนออกใบอนุญาตทำงานใหม่หรือสลักหลังใบเดิมเพื่อแสดงสิทธิเปลี่ยนนายจ้าง แล้วจึงถือว่าเรื่องจบ

ขั้นไหนกดยื่นในระบบได้เอง ขั้นไหนต้องเข้าไปที่สำนักงาน และต้องนำเอกสารตัวจริงชุดไหนไปแสดง ต่างกันได้ตามกลุ่มของลูกจ้างและตามพื้นที่ ให้ยืนยันกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.) ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 ก่อนเริ่มเสมอ ถ้าเรื่องเริ่มยุ่งเพราะเอกสารไม่ครบหรือเวลาเหลือน้อย ดูขั้นตอนและสิ่งที่ต้องเตรียมได้ที่ บริการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว

ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ยื่นเรื่องเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานคือ ระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางาน (ระบบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวทางอิเล็กทรอนิกส์) นายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีบัญชีในระบบสามารถยื่นคำขอและติดตามสถานะเรื่องได้จากที่ทำงาน ไม่ต้องไปนั่งรอที่สำนักงานทุกขั้น

แต่สิ่งที่นายจ้างเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคิดว่า "ยื่นออนไลน์แล้วจบ" ในทางปฏิบัติยังต้องเผื่อเรื่องเอกสารตัวจริง การนัดหมายเข้าไปดำเนินการ และเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกันตามกลุ่มของลูกจ้าง (กลุ่มนำเข้าตาม MOU กับกลุ่มผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี ใช้คนละฐานกฎหมาย) รวมถึงแนวปฏิบัติของแต่ละพื้นที่ที่ต่างกันได้ จึงควรวางแผนแบบเผื่อเวลา ไม่ใช่วางแผนว่าทุกอย่างจบในหน้าจอ

สิ่งที่ระบบออนไลน์ ไม่ได้ทำให้หายไป:

  • สิทธิเปลี่ยนนายจ้างยังต้องผ่านนายทะเบียน — กลุ่ม MOU ต้องเข้าเงื่อนไขตาม ม.51 (ความผิดของนายจ้างเดิม หรือชำระค่าเสียหายแล้ว) แล้วนายทะเบียนจึงออกใบอนุญาตทำงานใหม่หรือสลักหลังใบเดิม การกรอกข้อมูลเข้าระบบไม่ได้แปลว่าได้สิทธิแล้ว
  • นาฬิกาตาม ม.52 ยังเดิน — นับจากวันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิมจริง ไม่ได้นับจากวันที่กดยื่นในระบบ และจำนวนวันไม่เท่ากันทุกกลุ่ม ตัวบทมาตรา 52 กำหนดฐานทั่วไปไว้ที่ 30 วัน ส่วนแรงงาน MOU สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้ 60 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม ตามประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2572
  • หน้าที่แจ้งภายใน 15 วันยังอยู่ทั้งสองฝั่ง — นายจ้างตาม ม.13 และตัวลูกจ้างตาม ม.64/2 ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 20,000 บาททั้งคู่
  • กลุ่มมติคณะรัฐมนตรีใช้หลักเกณฑ์ของรอบมตินั้น — ขั้นตอนและเอกสารที่ระบบเรียกอาจไม่เหมือนกลุ่ม MOU

ปัญหาที่เราเจอซ้ำ ๆ เวลายื่นเรื่องให้ลูกค้า มักไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องข้อมูลในระบบ:

  • คำร้องซ้ำซ้อน — นายจ้างเดิมยังมีเรื่องค้างอยู่ในระบบ นายจ้างใหม่จึงยื่นทับไม่ได้ ต้องไล่เคลียร์ของเดิมก่อน
  • รหัสผู้ใช้ยังอยู่กับนายหน้าเดิม — เจ้าของกิจการเข้าระบบของตัวเองไม่ได้ เพราะบัญชีถูกตั้งไว้ตั้งแต่รอบที่แล้วโดยคนอื่น
  • สะกดชื่อไม่ตรงกัน — ชื่อในหนังสือเดินทาง ใบอนุญาตทำงาน และที่กรอกเข้าระบบไม่ตรงกันแม้แต่ตัวเดียว เรื่องก็ค้าง

เพราะรายละเอียดพวกนี้เปลี่ยนตามรอบมติและตามพื้นที่ ก่อนเริ่มยื่นควรยืนยันขั้นตอนและเอกสารกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.) ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 โดยถือใบอนุญาตทำงานฉบับปัจจุบันไปเทียบ · ถ้าอยากให้มีคนช่วยเดินเรื่องและตามสถานะให้ ดูขั้นตอนกับสิ่งที่ต้องเตรียมได้ที่ บริการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว

แรงงานกลุ่มมติ ครม. ใช้คนละเกณฑ์กับกลุ่ม MOU

มาตรา 51/52/53 เขียนไว้สำหรับคนต่างด้าวที่ทำงานกับนายจ้างตาม ม.43 (นำเข้าโดยผู้รับอนุญาต) หรือ ม.46 (นายจ้างนำเข้าเองโดยวางหลักประกัน) ซึ่งก็คือกลุ่ม MOU ส่วนแรงงานกลุ่มผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรีได้รับอนุญาตด้วย ม.14 จึงเป็นคนละฐานอำนาจ

แต่ "คนละฐาน" ไม่เท่ากับ "ไม่มีเงื่อนไข" — เราตรวจตัวมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้วไม่พบข้อความใดที่ให้สิทธิ "เปลี่ยนนายจ้างได้อิสระ" ไว้โดยตรง สิ่งที่มติ 11 พฤศจิกายน 2568 ให้ไว้คือการ ยกเว้นการแจ้งเข้าทำงานตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง สำหรับกลุ่มเป้าหมายของมตินั้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสิทธิย้ายนายจ้าง ดังนั้นก่อนวางแผนย้ายงาน ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ของรอบมติที่ลูกจ้างสังกัดกับ สจจ. ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 ทุกครั้ง

ตารางสรุปกลุ่มมติ ครม. และวันสิ้นสุดสิทธิ

กลุ่ม / มติต้นทาง สัญชาติ (ตามตัวมติ) อยู่และทำงานได้ถึง หมายเหตุ
ผ่อนผันผู้มีสถานะไม่ถูกต้อง รอบ มติ 24 ก.ย. 2567 (ต่ออายุโดยมติ 2 ธ.ค. 2568) ลาว เมียนมา เวียดนาม 31 มี.ค. 2570 เดิมสิ้นสุด 31 มี.ค. 2569 · มติ 2 ธ.ค. 2568 ตัดสัญชาติกัมพูชาออกจากรอบนี้
กลุ่มเดียวกัน — สัญชาติกัมพูชา กัมพูชา ไม่ได้รับการต่ออายุ สิทธิเดิมสิ้นสุด 31 มี.ค. 2569 มติระบุให้ "ชะลอการดำเนินการไว้ก่อน" จากสถานการณ์ชายแดน — ต้องเช็กสถานะล่าสุด
ผ่อนผันรอบ มติ 4 ก.พ. 2568 (ต่ออายุโดยมติ 2 ธ.ค. 2568) ลาว + เวียดนาม 13 ก.พ. 2570 เดิมสิ้นสุด 13 ก.พ. 2569 · กลุ่มเล็ก รวมประมาณ 4,070 คน
ผ่อนผันผู้มีสถานะไม่ถูกต้องรอบใหม่ มติ 11 พ.ย. 2568 ลาว เมียนมา เวียดนาม (เฉพาะกลุ่มย่อย "เข้าเมืองผิดกฎหมาย" คือ ลาว + เมียนมา เท่านั้น) ต่ออายุได้ถึง 11 ธ.ค. 2570 — โดยต้องยื่นคำขอต่ออายุภายใน 11 ธ.ค. 2569 มติ ครม. 14 ก.ค. 2569 ผ่อนผันต่อจากรอบเดิมที่สิ้นสุด 11 ธ.ค. 2569 · ไม่รวมสัญชาติกัมพูชา · มติให้ยกเว้นการแจ้งเข้าทำงานตาม ม.13 วรรคหนึ่ง
กัมพูชากลุ่มที่ต่ออายุใบอนุญาตแล้ว (เดิมหมด 13 ก.พ. 2568) กัมพูชา 13 ก.พ. 2570 และต่อได้อีกครั้งเดียวไม่เกิน 2 ปี ถึง 13 ก.พ. 2572 อ้างอิงข่าวประชาสัมพันธ์กรมการจัดหางาน — ควรยืนยันกับ สจจ. ก่อนวางแผน
มติ 8 ก.ค. 2568 เฉพาะสัญชาติเมียนมา ตามประกาศกระทรวงแรงงานของรอบมตินี้ ไม่ใช่มติที่ครอบคลุมทุกสัญชาติ — ตรวจเงื่อนไขรายกรณีกับ สจจ.

จุดที่ต้องระวังที่สุดในตารางนี้คือแถวมติ 11 พ.ย. 2568 — วันที่ 11 ธันวาคม 2569 ไม่ใช่วันหมดสิทธิ แต่เป็นวันสุดท้ายของการยื่นคำขอต่ออายุ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ผ่อนผันให้คนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนามกลุ่มนี้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานต่อได้ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 โดยมีเงื่อนไขว่าต้องยื่นคำขอต่ออายุภายในวันที่ 11 ธันวาคม 2569 กลุ่มนี้มีประมาณ 720,000 คนทั่วประเทศ ค่าธรรมเนียมราชการ 1,000 บาทต่อคน (ค่ายื่นคำขอ 100 บาท + ค่าใบอนุญาตทำงาน 900 บาท) รายละเอียดทั้งหมดอ่านได้ที่ ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว ยื่นก่อน 11 ธ.ค. 2569

สำหรับเรื่องการเปลี่ยนนายจ้างโดยเฉพาะ ตัวมติคณะรัฐมนตรี 14 กรกฎาคม 2569 ไม่มีข้อความเรื่องการเปลี่ยนนายจ้างไว้เลย เช่นเดียวกับมติ 2 ธันวาคม 2568 การเปลี่ยนนายจ้างของกลุ่มนี้จึงยังต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกรมการจัดหางานตามปกติ ควรสอบถามสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่เป็นรายกรณี

ลูกจ้างคนหนึ่งอาจไม่ได้อยู่กลุ่มเดียว เช่น เคยผ่อนผันรอบหนึ่ง แล้วต่ออายุตามมติอีกรอบหนึ่ง สิ่งที่ใช้ตัดสินคือ ใบอนุญาตทำงานฉบับปัจจุบันและประกาศของรอบมติที่ระบุอยู่บนใบนั้น ไม่ใช่สัญชาติอย่างเดียว · อ่านรายละเอียดกลุ่ม 3 สัญชาติได้ที่ ต่ออายุใบอนุญาตแรงงาน 3 สัญชาติ และกลุ่มเมียนมาตามมติ 11 พ.ย. 2568 ที่ อัปเดตสถานการณ์ทำ CI แรงงานเมียนมา

แรงงานสัญชาติกัมพูชา: กรณีที่ต้องระวังที่สุด

แรงงานสัญชาติกัมพูชาถูกแยกออกจากรอบต่ออายุตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ทั้งก้อน โดยตัวมติระบุว่าให้ชะลอการดำเนินการไว้ก่อน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ผลคือกลุ่มนี้ไม่ได้รับการต่ออายุถึงปี 2570 พร้อมสัญชาติอื่น และสิทธิตามรอบเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569

นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง "เปลี่ยนนายจ้างไม่ได้" แต่กระทบสถานะการอยู่และการทำงานทั้งหมด สถานะของกลุ่มนี้จึงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามมาตรการที่ออกภายหลัง นายจ้างที่มีลูกจ้างสัญชาติกัมพูชาควรตรวจสอบสถานะล่าสุดกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดโดยตรงก่อนวางแผนย้ายงานหรือต่อเอกสาร อย่าใช้ข้อมูลรอบปี 2568 มาตัดสินใจ

เรื่องการตรวจลงตรา (วีซ่า) ต้องเช็กที่ไหน

แต่ละรอบมติคณะรัฐมนตรีจะกำหนดกรอบเวลาให้ไปดำเนินการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวและขออนุญาตอยู่ต่อ ไว้ต่างกัน และหากไม่ดำเนินการภายในกรอบเวลาของรอบนั้น การอนุญาตให้อยู่และทำงานจะสิ้นสุดลง กรอบเวลานี้ไม่เท่ากันทุกกลุ่ม และถูกแก้ไข/ขยายบ่อยตามมติที่ออกใหม่

เราจึงไม่ระบุวันตรวจลงตราเป็นตัวเลขกลาง ๆ ไว้ในบทความนี้ เพราะมีความเสี่ยงที่นายจ้างจะยึดวันผิดกลุ่ม วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือตรวจกรอบเวลาตรวจลงตราของรอบมติที่ลูกจ้างสังกัดกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสายด่วน 1694 โดยตรง พร้อมถือใบอนุญาตทำงานฉบับปัจจุบันไปเทียบ

เช็กลิสต์นายจ้างก่อนรับลูกจ้างต่างด้าวย้ายเข้ามา

  1. ลูกจ้างอยู่กลุ่ม MOU (ม.43/ม.46) หรือกลุ่มมติคณะรัฐมนตรี (ม.14) — ดูจากใบอนุญาตทำงานฉบับปัจจุบัน
  2. ถ้าเป็นกลุ่ม MOU: เข้าเงื่อนไข ม.51 ทางใดทางหนึ่งแล้วหรือยัง (ความผิดของนายจ้างเดิม หรือชำระค่าเสียหายแล้ว)
  3. วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างเดิมคือวันไหน — กำหนดเวลาตาม ม.52 นับจากวันนั้น และนับกี่วันขึ้นกับกลุ่มของลูกจ้าง กลุ่ม MOU สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้ 60 วันตามประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2572 ส่วนฐานทั่วไปในตัวบทคือ 30 วัน · กลุ่มมติคณะรัฐมนตรีให้ตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วน 1694 ก่อน
  4. นายจ้างเดิมแจ้งออกในระบบแล้วหรือยัง (หน้าที่ตาม ม.13 ภายใน 15 วัน)
  5. งานที่จะจ้างเป็นประเภทที่ต้องวางหลักประกันตาม ม.46 หรือไม่ — ถ้าใช่ ต้องวางภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง
  6. เอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงานยังไม่หมดอายุตามรอบมติของลูกจ้าง
  7. ยืนยันกรอบเวลาตรวจลงตราของรอบมตินั้นกับ สจจ. ก่อนนัดคิว

ไม่มี "ใบแจ้งออก" จากนายจ้างเดิม ยังเปลี่ยนนายจ้างได้ไหม

ได้ — และนี่คือจุดที่เข้าใจผิดกันมากที่สุดจนแรงงานถูกลอยแพ กรมการจัดหางาน โดยสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว มีหนังสือลงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ระบุชัดว่า นายจ้างรายใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้ "ใบแจ้งออก" จากนายจ้างรายเดิมเพื่อรับคนต่างด้าวเข้าทำงาน การเรียกเอกสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ พูดอีกอย่างคือ ใบแจ้งออกไม่ใช่ "ตั๋วผ่าน" ที่นายจ้างเดิมถือไว้เพื่อกดดันลูกจ้าง

เหตุผลอยู่ที่ตัวกฎหมาย การแจ้งออกเป็นหน้าที่ของนายจ้างรายเดิม ที่ต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วัน ตามมาตรา 13 ไม่ใช่สิทธิที่จะเลือกทำหรือไม่ทำ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 103 ซึ่งเปรียบเทียบปรับได้ตามมาตรา 133 ดังนั้นการที่นายจ้างเดิมไม่ยอมแจ้ง จึงเป็นความผิดของนายจ้างเดิมเอง ไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้ลูกจ้างหมดสิทธิ

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง ใครยื่นอะไร

แบบ ใครยื่น ยื่นเมื่อไร
บต.53 นายจ้างรายเดิม — แจ้งคนต่างด้าวออกจากงาน ภายใน 15 วันนับแต่ออกจากงาน (ม.13)
บต.52 นายจ้างรายใหม่ — แจ้งรับคนต่างด้าวเข้าทำงาน ภายใน 15 วันนับแต่รับเข้าทำงาน (ม.13)
บต.55 ตัวลูกจ้างเอง — แจ้งเปลี่ยนนายจ้างต่อนายทะเบียน ภายใน 15 วันทุกครั้งที่เปลี่ยนนายจ้าง (ม.64/2)
บต.44 ผู้ขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงาน เมื่อต้องแก้ชื่อนายจ้างในใบอนุญาต — มีค่าธรรมเนียม

รายละเอียดวิธีกรอกและกำหนดนับวันของ บต.52/53 อ่านได้ที่ แจ้งเข้า–แจ้งออกแรงงานต่างด้าว บต.52/53

นายจ้างเดิมเงียบ ควรทำอย่างไร

สิ่งที่ต้องยึดคือวันที่เลิกทำงานจริง เพราะกรอบเวลาตามมาตรา 52 นับจากวันนั้น ไม่ได้นับจากวันที่ได้เอกสารจากนายจ้างเดิม การรอใบแจ้งออกจึงเป็นการเผาเวลาของตัวเอง แนวทางที่ปลอดภัยคือ

  • เก็บหลักฐานวันเลิกทำงานจริงไว้ให้ชัด เช่น สลิปเงินเดือนงวดสุดท้าย ตารางกะ หรือข้อความแจ้งลาออก
  • นายจ้างรายใหม่ยื่นเรื่องตามขั้นตอนปกติได้เลย ไม่ต้องรอใบแจ้งออกจากนายจ้างรายเดิม
  • ถ้านายทะเบียนหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังเรียกใบแจ้งออก ให้อ้างอิงหนังสือกรมการจัดหางาน ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 และสอบถามสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วน 1694
  • ฝั่งนายจ้างรายเดิม ถ้าเพิ่งรู้ว่าลูกจ้างออกไปแล้ว ให้แจ้งทันทีที่ทราบ อย่ารอให้ครบ 15 วัน เพราะวันเริ่มนับอาจไม่ตรงกับที่เข้าใจ

ในทางกลับกัน นายจ้างที่คิดจะใช้เอกสารเป็นเครื่องมือรั้งลูกจ้าง เช่น ยึดหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงาน เป็นความเสี่ยงของตัวนายจ้างเองทั้งในแง่กฎหมายและในสายตาผู้ตรวจ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือทำสัญญาจ้างให้ชัดตั้งแต่ต้นและวางแผนกำลังคนเผื่อไว้ หากต้องการให้เราดูแลเรื่องเอกสารทั้งชุดแทน ดูรายละเอียดที่ บริการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ลูกจ้างลาออกเอง เปลี่ยนนายจ้างได้ไหม
ตอบ: ถ้าเป็นกลุ่ม MOU และออกก่อนครบสัญญาโดยไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง ตัวบท ม.51 กำหนดว่าต้องชำระค่าเสียหายให้นายจ้างเดิมก่อน จึงจะขอให้นายทะเบียนออกใบอนุญาตทำงานใหม่หรือสลักหลังใบเดิมได้ ยกเว้นกรณีตาม ม.51 วรรคสาม คือออกจากงานระหว่างสัญญาที่ต่ออายุใหม่

ถาม: นายจ้างเดิมไม่ยอมแจ้งออก ต้องทำอย่างไร
ตอบ: การแจ้งออกภายใน 15 วันเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้างเดิม (ม.13) ไม่ใช่สิทธิที่จะเลือกทำหรือไม่ทำ หากไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท กรณีเรื่องค้าง ให้เข้าปรึกษาสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่พร้อมหลักฐานวันเลิกทำงานจริง เพราะกำหนดเวลาตาม ม.52 นับจากวันเลิกทำงาน ไม่ได้นับจากวันที่ได้เอกสาร

ถาม: ไม่มีใบแจ้งออก นายจ้างรายใหม่รับเข้าทำงานได้ไหม
ตอบ: ได้ หนังสือกรมการจัดหางาน สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ระบุว่านายจ้างรายใหม่ไม่ต้องใช้ใบแจ้งออกจากนายจ้างรายเดิมเพื่อรับคนต่างด้าวเข้าทำงาน และการเรียกเอกสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ การแจ้งออกด้วยแบบ บต.53 ภายใน 15 วันเป็นหน้าที่ของนายจ้างรายเดิมตามมาตรา 13 ไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้ลูกจ้างหมดสิทธิเปลี่ยนนายจ้าง

ถาม: หานายจ้างรายใหม่ไม่ทันภายในกำหนดจะเป็นอย่างไร
ตอบ: กำหนดที่ว่านี้ไม่เท่ากันทุกกลุ่ม ตัวบทมาตรา 52 กำหนดฐานทั่วไปไว้ที่ 30 วัน ส่วนแรงงาน MOU สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้ 60 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม ตามประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2572 และกลุ่มบัตรชมพูตามมติคณะรัฐมนตรีใช้หลักเกณฑ์ตามประกาศของรอบมตินั้น ๆ ควรตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วน 1694 ก่อน เมื่อพ้นกำหนดของกลุ่มตนแล้วยังไม่ได้เข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ ตาม ม.53 ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุด และถือว่าสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงตามกฎหมายคนเข้าเมืองด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายในการส่งกลับประเทศต้นทางเป็นภาระของผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงาน หรือนายจ้างรายสุดท้ายที่วางหลักประกัน แล้วแต่กรณี

ถาม: บางรอบมีมาตรการผ่อนผันขยายเวลาให้ไหม
ตอบ: บางกลุ่มหรือบางรอบมติคณะรัฐมนตรีอาจมีมาตรการผ่อนผันขยายเวลาเป็นการเฉพาะ ซึ่งมีช่วงเวลาบังคับใช้จำกัดและหมดอายุได้ แนะนำให้ตรวจสอบสถานะล่าสุดกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วน 1694 ก่อนดำเนินการ อย่าถือตามตัวเลขที่เคยได้ยินในรอบก่อน

ถาม: แจ้งเปลี่ยนนายจ้างออนไลน์ได้เลยไหม ไม่ต้องไปสำนักงาน
ตอบ: ยื่นคำขอและติดตามสถานะผ่านระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางานได้ แต่ไม่ได้แปลว่าจบบนหน้าจอทุกกรณี ยังต้องเผื่อเรื่องเอกสารตัวจริง การนัดหมายเข้าไปดำเนินการ และการพิจารณาของนายทะเบียน อีกทั้งกลุ่ม MOU กับกลุ่มมติคณะรัฐมนตรีใช้คนละเกณฑ์ และแนวปฏิบัติแต่ละพื้นที่ต่างกันได้ ให้ยืนยันกับ สจจ. ในพื้นที่ หรือสายด่วน 1694 ก่อนเริ่ม

ถาม: ยื่นออนไลน์แล้ว กรอบเวลาหานายจ้างใหม่นับจากวันไหน และมีกี่วัน
ตอบ: นับจากวันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิมจริง ไม่ได้นับจากวันที่กดยื่นในระบบ วันที่เรื่องขึ้นสถานะ หรือวันที่ได้เอกสารจากนายจ้างเดิม ส่วนจำนวนวันต่างกันตามกลุ่ม: ตัวบทมาตรา 52 กำหนดฐานทั่วไปไว้ที่ 30 วัน แต่สำหรับแรงงาน MOU สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ขยายระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างตามมาตรา 52 และระยะเวลาทำงานกับนายจ้างรายใหม่ตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง เป็น 60 วันนับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม โดยมีผลถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2572 ส่วนแรงงานกลุ่มบัตรชมพูตามมติคณะรัฐมนตรีใช้หลักเกณฑ์ตามประกาศของรอบมตินั้น ๆ ซึ่งอาจต่างจากกลุ่ม MOU ควรตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วน 1694 ก่อน และไม่ว่ากลุ่มไหน ถ้าพ้นกำหนดแล้วยังไม่ได้เข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ ม.53 กำหนดว่าใบอนุญาตทำงานสิ้นสุด และถือว่าสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงตามกฎหมายคนเข้าเมืองด้วย

แหล่งอ้างอิงและวันที่ตรวจสอบ

  • พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 19 ก วันที่ 27 มีนาคม 2561 (มาตรา 25 เขียน ม.50–53 ขึ้นใหม่)
  • ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การขยายระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างและระยะเวลาการทำงานกับนายจ้างรายใหม่ สำหรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 331 ง หน้า 52 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 (ขยายเวลาตามมาตรา 52 และมาตรา 55 วรรคหนึ่ง เป็น 60 วัน สำหรับกลุ่ม MOU ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2572)
  • สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เรื่องที่ 27 — เอกสารทำเนียบรัฐบาล
  • สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เรื่องที่ 10 — เอกสารทำเนียบรัฐบาล
  • ข่าวประชาสัมพันธ์กรมการจัดหางาน (doe.go.th) — กรอบวันอนุญาตทำงานของกลุ่มตามมติ 11 พฤศจิกายน 2568 และกลุ่มสัญชาติกัมพูชาที่ต่ออายุแล้ว
  • ประกาศกระทรวงแรงงานสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 (ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568)
  • สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 10 มีนาคม 2569 — มาตรการแก้ไขข้อขัดข้องในการยื่นคำขออนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี 11 พฤศจิกายน 2568
  • สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 — การต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม

วันที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงล่าสุด: 26 สิงหาคม 2569 — ตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีถึงการประชุมวันที่ 18 สิงหาคม 2569 แล้ว โดยมติปี 2569 ที่เกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานโดยตรงมี 2 ฉบับ คือมติวันที่ 10 มีนาคม 2569 และวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ยังไม่พบมติคณะรัฐมนตรีปี 2569 ที่ต่ออายุให้แรงงานสัญชาติกัมพูชากลุ่มผ่อนผัน จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงที่ยังไม่ปรากฏในหน้านี้ มาตรการผ่อนผันแรงงานต่างด้าวมีอายุจำกัดและถูกแก้ไขบ่อย โปรดตรวจสอบสถานะปัจจุบันกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 ทุกครั้งก่อนดำเนินการ

ถ้าอยากให้มีคนช่วยตรวจว่าลูกจ้างของคุณอยู่กลุ่มไหน ต้องใช้เอกสารอะไร และเดินเรื่องแจ้งออก–แจ้งเข้าให้จนจบ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการเปลี่ยนนายจ้างของเอ็กซ์เวิร์คเกอร์

มีคำถามเรื่องแรงงานต่างด้าว?

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น
  1. สุริยา19 สิงหาคม 2569

    ลูกจ้างทำงานยังไม่ครบสัญญา แต่นายจ้างเลิกกิจการ แบบนี้เปลี่ยนนายจ้างได้เลยไหมครับ ต้องยื่นภายในกี่วัน

    1. ผู้ช่วย AI Exworkerผู้ช่วย AI19 สิงหาคม 2569

      การที่นายจ้างเลิกกิจการเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ทำให้ลูกจ้างสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ค่ะ โดยนายจ้างเก่าต้องแจ้งออกจากระบบกรมการจัดหางานภายใน 15 วันนับจากวันที่ลูกจ้างพ้นสภาพ และลูกจ้างต้องหานายจ้างใหม่ให้ได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ออกจากงานเก่านะคะ 😊

      ตอบโดยผู้ช่วย AI ของเอ็กซ์เวิร์คเกอร์ — โปรดตรวจสอบกับทีมงานอีกครั้งสำหรับเคสของคุณ

แสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบด้วย LINE

เข้าสู่ระบบแล้วความคิดเห็นขึ้นทันที ไม่ต้องรอตรวจ

ทุกความคิดเห็นผ่านการตรวจก่อนแสดงผล

เราเก็บชื่อ ข้อความ และข้อมูลเบราว์เซอร์เท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันสแปม ไม่เก็บหมายเลข IP โดยตรง

อ่านต่อ

บทความแนะนำ

บนจ. คืออะไร ย่อมาจากอะไร เช็กบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าว

บนจ. คืออะไร ย่อมาจากอะไร เช็กบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าว

บนจ. คือบริษัทที่ได้รับอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้าง ต้องมีทุน 1 ล้าน วางหลักประกัน 5 ล้าน เรียกค่าบริการได้จากนายจ้างเท่านั้น เช็กก่อนจ้างได้ยังไง

15 กันยายน 2569
ระเบียบการเนรเทศ 2569 นายจ้างต้องรู้อะไรบ้าง

ระเบียบการเนรเทศ 2569 นายจ้างต้องรู้อะไรบ้าง

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผล 28 ส.ค. 2569 สรุป 6 ฐานที่ถูกสั่งเนรเทศ ขั้นตอน กรอบเวลา และผลต่อนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าว

28 สิงหาคม 2569
นายจ้างทำ MOU เอง 2569 ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย ข้อควรระวัง

นายจ้างทำ MOU เอง 2569 ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย ข้อควรระวัง

นายจ้างยื่นนำเข้าแรงงาน MOU เองได้ตามกฎหมาย แต่ต้องเดินคู่มือ 2 เล่มต่อกัน สรุปลำดับขั้นฝั่งไทย ค่าธรรมเนียมที่มีอัตราแน่นอน และจุดที่พลาดบ่อยที่สุด

27 สิงหาคม 2569